ผู้นำนิวซีแลนด์ชี้ไทยศักยภาพสูง หนุนโอกาสธุรกิจ-การค้า ตั้งเป้าเพิ่ม 3 เท่า

ผู้นำนิวซีแลนด์ชี้ไทยศักยภาพสูง หนุนโอกาสธุรกิจ-การค้า ตั้งเป้าเพิ่ม 3 เท่า

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีคริสโตเฟอร์ ลักซอน ผู้นำนิวซีแลนด์ กล่าวถึงการมาเยือนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ว่าเป็นการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์ของสองประเทศ ซึ่งมีมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความใกล้ชิดระหว่างประชาชนยาวนานกว่า 70 ปี

ผู้นำทั้งสองประเทศหารือร่วมกัน เกี่ยวกับเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 3 เท่า สู่ระดับ 13,500 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ (ราว 263,397.83 ล้านบาท) ภายในปี 2588 ซึ่งลักซอนกล่าวว่า ขนาดเศรษฐกิจ ศักยภาพด้านการผลิต และความเชื่อมโยงในภูมิภาคของไทย เปิดโอกาสสำคัญแก่ผู้ส่งออกและภาคธุรกิจของนิวซีแลนด์

Thailand and New Zealand are doing more business with each other – and now that value is worth nearly $5b a year. That’s bringing more money back to Kiwis communities, creating jobs and lifting wages. And we’re not stopping there. Prime Minister Anutin Charnvirakul and I want… pic.twitter.com/rW0Gxb5nIc

ขณะเดียวกัน นิวซีแลนด์และไทยเห็นพ้องส่งเสริมความตกลงทางการค้า และเพิ่มความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อช่วยให้ธุรกิจนิวซีแลนด์เข้าสู่ตลาดไทย ซึ่งเป็นประตูสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีผู้บริโภคมากกว่า 600 ล้านคน

A pleasure to welcome Thailand’s Prime Minister Anutin Charnvirakul to Auckland. pic.twitter.com/DjZsMNTLib

นอกจากนี้ ผู้นำนิวซีแลนด์และไทยยังยินดี ต่อแผนการกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงของการบินไทยระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ ภายในปีหน้า ซึ่งลักซอนกล่าวว่า การกลับมาให้บริการของการบินไทยจะเป็นผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและการค้า รวมถึงช่วยฟื้นฟูเส้นทางขนส่งสินค้าทางอากาศที่สำคัญ

นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศเห็นพ้องเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน ศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง และความมั่นคงทางไซเบอร์ รวมถึงการร่วมกันปราบปรามศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด

ผู้นำทั้งสองประเทศยังร่วมออกปฏิญญาร่วม และยินดีต่อแผนปฏิบัติการร่วมไทย-นิวซีแลนด์ ครอบคลุมระหว่างปี 2569-2573 แผนดังกล่าวครอบคลุมความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคง การค้าและนวัตกรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน ตลอดจนความร่วมมือระดับภูมิภาคและพหุภาคี.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ที่มา: เดลินิวส์