ป้าดา นำทีมทายาทนายเฮียง เดินหน้าตรวจสอบการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม

ป้าดา นำทีมทายาทนายเฮียง เดินหน้าตรวจสอบการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม

กรณีของบรรดาทายาทของนายเอียง ที่เดินหน้าตรวจสอบการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม และการเรียกร้องสิทธิ์ ในที่ดิน ของความเป็นทายาท ยังคงอยู่ในความสนใจของสังคม ว่า สุดท้ายแล้วเรื่องราวนี้จะไปจบหรือสิ้นสุดตรงไหน

ซึ่งล่าสุด กลุ่มทายาท นำโดย นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หรือ “ป้าดา” พร้อม “ป้าบัวไข” ผู้จัดการมรดก ทายาท และผู้ติดตาม ได้เข้าติดตามและขอตรวจสอบเอกสาร-หลักฐานการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ว่ามีการขออนุญาตจัดตั้งวัดตามกฎระเบียบของสำนักพุทธฯ และ พ.ร.บ.สงฆ์ หรือไม่ โยเข้าตรวจสอบ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หลังจากก่อนหน้านี้ได้ประสาน นายธีรเดช จันทรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เนื่องจากไม่พบรายชื่อวัดป่าอดุลยาราม ในทำเนียบของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ทั้งนี้ ป้าดา ระบุว่า รู้สึกผิดหวัง เพราะสิ่งที่ต้องการทราบ ทางสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติไม่สามารถตอบได้ว่า การจัดตั้งวัดถูกต้อง และไม่สามารถนำเอกสารมาชี้แจงได้ โดยให้เหตุผลว่าทุกอย่างเป็นความลับ และแนะนำให้ทายาท ยื่นอุทธรณ์ไปที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งที่ทางผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เคยบอกว่า มาขอดูได้เลย เพราะหากวันนี้มีเอกสารชัดเจนตามที่ขอว่า ที่ดินผืนดังกล่าวเป็นวัดอย่างถูกต้องทายาทก็ไม่ติดใจอะไร แต่เมื่อวันนี้ยังไม่ได้คำตอบ หลังจากนี้ก็จะเดินหน้าตามหาความจริงและไปให้สุดทาง

ขณะที่นางบัวเรียน พิมพ์ศรี ทายาทนายเฮียง เปิดเผยว่า ทายาททุกคนต้องการให้ตรวจสอบที่ดินผืนดังกล่าวว่า มีการจัดตั้งวัดถูกต้องหรือไม่ เพราะตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ได้ดำเนินการยื่นเอกสารสอบถามการจัดตั้ง แต่ก็ไม่มีความชัดเจน โดยคำตอบที่ได้จากสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ทำให้ตัวเองผิดหวังมาก แต่หลังจากนี้ทางทายาทจะต้องกลับไปปรึกษากับทนายความว่าจะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่และทุกคนรู้ว่ากรรมการวัดทุกรุ่น ต้องการที่ดินผืนดังกล่าวเพราะทำเลดีสำหรับวัด

ที่ผ่านมาส่วนที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา บอกว่าที่ดินนี้เป็นของวัดถูกต้องแล้ว แต่ส่วนตัวมองว่ายังไม่ถูกต้อง และยังติดใจ เพราะที่ผ่านมาทายาทไม่เคยรับรู้ มีแต่เอกสารลับๆ พร้อมตั้งคำถามว่า “แอบทำกันทำไม ส่วนตัวมองว่ายังไม่ถูกต้อง”

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาเคยเข้าไปทำบุญที่วัดหรือไม่ นางบัวเรียน บอกว่า ไปถามได้เลย เจ้าอาวาสที่ไหนจะไม่รู้จักคนตระกูลพิมพ์ศรี ไม่ทำได้อย่างไร คุณพ่อก็อยู่ที่นั่น นี่ก็บอกว่าเป็นวัด แต่ยังไม่สมบูรณ์ เราถึงมาติดตาม ส่วนที่ว่าทำไมมีความแคลงใจ แล้วยังเข้าไปทำบุญที่วัด นางบัวเรียน อธิบายว่า ทำไมจะทำไม่ได้ เพราะการทำบุญมันอยู่ที่จิตใจที่บริสุทธิ์ของเรา แต่ไม่ยอมรับในความเป็นวัด การเป็นวัดมันไม่สมบูรณ์ เพราะพ่อมาเสียชีวิตไปก่อน

ส่วนกรณี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมฝ่ายกฎหมาย แจ้งความเอาผิด นางบัวไข สรสมุทร (ลูกสาวคนที่ 5 ของนายเฮียง และผู้จัดการมรดก ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน กรณีขอออกใบแทนโฉนดอ้างว่าสูญหาย นั้น ป้าบัวไข ระบุว่า ตนรู้สึกเฉยๆ แต่ลูกของตนร้องไห้ ตนได้แต่บอกลูกไม่ต้องเสียใจอะไรเป็นความจริงมันก็คือความจริง

ขณะที่ ทนายความของทีมทายาท ระบุว่า กลุ่มทายาทต้องการมาตรวจสอบขั้นตอนการสร้างวัด และหลักฐานการสร้างวัด และคิดว่าเอกสารในส่วนนี้น่าจะเป็นแฟ้มกับหนังสือถวายฎีกา แต่วันนี้ได้เอกสารแบบนี้แบบเดียว ซึ่งเป็นเอกสารที่ไม่จำเป็น ไม่มีประโยชน์ เพราะมีอยู่แล้ว และส่วนตัวมองว่าเอกสารที่ทายาทขอดูไม่ควรที่จะเป็นความลับถ้าหากมีการนำเอกสารออกมาชี้แจงให้ญาติดูในวันนี้เรื่องคงจะจบ

ที่มา: INN