กรณี กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบออกมาป่วนหนัก โดยกระจายกำลังก่อเหตุหลายจุด 3 จังหวัด นราธิวาส-ยะลา-ปัตตานี ทั้งลอบวางระเบิด-วางเพลิง-บุกจับยามมัดขโมยรถ อบต.-ปล้นเผาร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 22 ส.ค.จนต้องมีการประกาศเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
ฉก.นราธิวาส ประกาศเคอร์ฟิว คุมเข้มพื้นที่หลังโจรใต้ป่วน 3 จังหวัดชายแดน
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 23 ส.ค. กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค 4 สน.) สรุปสถานการณ์ก่อกวนหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ เวลา 24.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เกิดเหตุการณ์สร้างสถานการณ์หลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงเวลา 20.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2569 โดย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบ ควบคุมพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยสรุปเหตุการณ์ ณ เวลา 24.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2569 รวมทั้งสิ้น จำนวน 51 เหตุการณ์ แบ่งเป็น จังหวัดนราธิวาส จำนวน 22 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี จำนวน 11 เหตุการณ์ และจังหวัดยะลา จำนวน 18 เหตุการณ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
จังหวัดนราธิวาส จำนวน 22 เหตุการณ์ แยกเป็น– อำเภอจะแนะ จำนวน 4 เหตุการณ์– อำเภอศรีสาคร จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอแว้ง จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอบาเจาะ จำนวน 3 เหตุการณ์– อำเภอเมืองนราธิวาส จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอระแงะ จำนวน 5 เหตุการณ์– อำเภอสุไหงโก-ลก จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอตากใบ จำนวน 2 เหตุการณ์– อำเภอยี่งอ จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอรือเสาะ จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอสุไหงปาดี จำนวน 1 เหตุการณ์เบื้องต้นมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
จังหวัดปัตตานี จำนวน 11 เหตุการณ์ แยกเป็น– อำเภอยะรัง จำนวน 3 เหตุการณ์– อำเภอยะหริ่ง จำนวน 2 เหตุการณ์– อำเภอหนองจิก จำนวน 3 เหตุการณ์– อำเภอสายบุรี จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอทุ่งยางแดง จำนวน 1 เหตุการณ์– อำเภอโคกโพธิ์ จำนวน 1 เหตุการณ์เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จังหวัดยะลา จำนวน 18 เหตุการณ์ แยกเป็น– อำเภอธารโต จำนวน 8 เหตุการณ์– อำเภอบันนังสตา จำนวน 6 เหตุการณ์– อำเภอรามัน จำนวน 2 เหตุการณ์เบื้องต้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากภาพรวมดังกล่าว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในแต่ละจุด พร้อมควบคุมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและดูแลประชาชน ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม และเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ ดูแลประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด หากพบเห็นบุคคล สิ่งของ หรือยานพาหนะต้องสงสัย อย่าเข้าใกล้ อย่าแตะต้อง และอย่าดำเนินการด้วยตนเอง ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ หรือ สายด่วน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โทร. 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง การแจ้งข้อมูลอย่างรวดเร็วจากประชาชน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์ เข้าดูแลพื้นที่ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ที่มา: เดลินิวส์