“ภัณฑิล-ปชน.”ชวนจับตาภาคต่อโกง สว.”เท้ง”เตรียมเปิดหลักฐานเด็ด

“ภัณฑิล-ปชน.”ชวนจับตาภาคต่อโกง สว.”เท้ง”เตรียมเปิดหลักฐานเด็ด

“ภัณฑิล”ชวนจับตาภาคต่อคดีโกง สว. เสาร์นี้ ผู้นำฝ่ายค้านเตรียมเปิดหลักฐานเด็ด ย้ำ “เงิน-โพย-คน-อำนาจทางการเมือง” ขณะ “อนุสรณ์” ตั้งคำถามบทบาทเลขาฯ กกต. เรียกร้อง”แสวง” เข้าชี้แจง กมธ.ด้วยตัวเอง

นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือคดีโกง สว. ว่า ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะจัดเสวนารอบสุดท้ายที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซึ่งอาจมีการเปิดเผยหลักฐานสำคัญที่มีรายละเอียดมากกว่าข้อมูลที่ไอลอว์เคยนำเสนอ ส่วนวันที่ 28 สิงหาคม จะมีการจัดเสวนาโดยคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วม ซึ่งจากการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าไม่ควรปล่อยให้เรื่องดังกล่าวจบลงเพียงเท่านี้

นายภัณฑิล กล่าวว่า ขณะนี้ สว.ที่ถูกกล่าวถึงในคดี รวมถึงประธานและรองประธานวุฒิสภา ยังคงดำรงตำแหน่ง ขณะที่ สว.บางรายที่ปรากฏชื่ออยู่ในสำนวนก็ยังอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายกลุ่ม ทั้งรัฐมนตรี 13 คน และ สส. พรรคภูมิใจไทย 17 คน รวมถึงบุคคลอื่น ๆ รวมทั้งหมด 229 คน จึงตั้งคำถามว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ดำเนินการเฉพาะบุคคล 8 คนตามสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จะถือเป็นการตัดตอนคดีหรือไม่ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือการค้นหาให้ถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเงินมาจากไหน และใครเป็นผู้ควบคุมหรือวางระบบทั้งหมด

นายภัณฑิล ย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าเป็นการกล่าวหา “เนวิน ชิดชอบ” โดยตรง แต่ต้องการตรวจสอบโครงสร้างที่ถูกเรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ว่ามีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะหากกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ย่อมต้องมีผู้วางแผน วางระบบ จัดหาผู้สมัคร จัดทำโพย มีนายหน้าประสานงาน รวมถึงผู้โอนเงิน ขณะที่ผู้สมัครหรือผู้ที่ได้รับเลือกบางส่วนอาจเป็นเพียงจุดหนึ่งที่สามารถตรวจพบเส้นทางการเงินเท่านั้น ส่วนกรณีคลิปเสียงที่ปรากฏถ้อยคำในลักษณะ “พรรคเรา”

“เขาเคาะมาแล้ว” หรือ “ข้างบนเขาจัดการกันหมดแล้ว” โดยมองว่า หากถ้อยคำเหล่านี้สะท้อนกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง จะเป็นเรื่องอันตรายต่อระบบการเมืองไทย เพราะอาจนำไปสู่การรวบอำนาจและมีอิทธิพลต่อการแต่งตั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ พร้อมเรียกร้องให้องค์กรอิสระทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระและยึดหลักกฎหมาย โดยเห็นว่าท้ายที่สุดแล้วไม่มีใครอยากต้องรับผิดทางกฎหมายหรือถูกดำเนินคดีเพราะละเลยหน้าที่

นายภัณฑิล กล่าวย้ำอีกว่า “เงิน โพย คน และอำนาจทางการเมือง” ไม่ควรถูกแยกออกจากกัน หากมีหลักฐานเชื่อมโยงถึงกันก็ควรตรวจสอบให้ครบทั้งกระบวนการ โดยอ้างถึงท่าทีของอัยการที่เห็นว่าการดำเนินคดีไม่ควรจำกัดเฉพาะ 8 คน แต่ควรขยายผลไปถึงผู้มีอำนาจตัดสินใจ พร้อมฝากถึง กกต. ให้ส่งสำนวนของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไปยังศาลฎีกา เพื่อให้มีการพิจารณาอย่างครบถ้วน เนื่องจากมองว่าขณะนี้ กกต.กำลังเผชิญปัญหาด้านความน่าเชื่อถืออย่างหนัก

ด้านนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงบทบาทของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่า ที่ผ่านมาประชาชนและสื่อมวลชนมักเห็นนายแสวงออกมาแถลงข่าวและชี้แจงเกี่ยวกับคดีการเลือก สว.แทน กกต.มาโดยตลอด จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่า นายแสวงดำรงตำแหน่งเป็นเพียงเลขาธิการ กกต. ไม่ได้มีสถานะเป็นกรรมการการเลือกตั้ง แม้จะมีกระแสข่าวว่าในอนาคตอาจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็ตาม จึงอยากเห็น กกต. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจโดยตรง หรืออย่างน้อยหนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง เพื่อชี้แจงความคืบหน้าและกระบวนการไต่สวน โดยเฉพาะกรณีที่ กกต.เคยระบุว่าจะทราบผลภายในสิ้นเดือนสิงหาคม แต่ล่าสุดกลับมีการออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบความผิด 3 ข้อตามกฎหมาย จึงเกิดคำถามว่า การตั้งข้อสังเกตดังกล่าวเป็นการดำเนินการในนามใคร และนายแสวงกำลังทำหน้าที่ในฐานะใด

นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ ยังฝากให้นายแสวง เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรด้วยตัวเอง หลังจากก่อนหน้านี้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. เคยส่งหนังสือเชิญหลายครั้ง แต่นายแสวงมักส่งตัวแทนหรือผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าร่วมประชุมแทน ซึ่งบางครั้งไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน

ด้านนายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.นนทบุรี พรรคประชาชน กล่าวถึงบทบาทของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่า ที่ผ่านมาประชาชนและสื่อมวลชนมักเห็นนายแสวงออกมาแถลงข่าวและชี้แจงเกี่ยวกับคดีการเลือก สว.แทน กกต.มาโดยตลอด จึงอยากตั้งข้อสังเกตว่า นายแสวงดำรงตำแหน่งเป็นเพียงเลขาธิการ กกต. ไม่ได้มีสถานะเป็นกรรมการการเลือกตั้ง แม้จะมีกระแสข่าวว่าในอนาคตอาจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวก็ตาม จึงอยากเห็น กกต. ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจโดยตรง หรืออย่างน้อยหนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาแถลงข่าวด้วยตัวเอง เพื่อชี้แจงความคืบหน้าและกระบวนการไต่สวน โดยเฉพาะกรณีที่ กกต.เคยระบุว่าจะทราบผลภายในสิ้นเดือนสิงหาคม แต่ล่าสุดกลับมีการออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับองค์ประกอบความผิด 3 ข้อตามกฎหมาย จึงเกิดคำถามว่า การตั้งข้อสังเกตดังกล่าวเป็นการดำเนินการในนามใคร และนายแสวงกำลังทำหน้าที่ในฐานะใด

นอกจากนี้ นายอนุสรณ์ ยังฝากให้นายแสวง เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรด้วยตัวเอง หลังจากก่อนหน้านี้ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ. เคยส่งหนังสือเชิญหลายครั้ง แต่นายแสวงมักส่งตัวแทนหรือผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าร่วมประชุมแทน ซึ่งบางครั้งไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างชัดเจน

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ในกรณีชุดไต่สวนที่ 26 ซึ่งมีข้อสรุปให้ส่งเรื่องผู้สมัคร สว.จำนวน 229 คนให้ศาลฎีกาพิจารณา นายแสวงเคยชี้แจงต่อ กมธ.ว่าไม่ทราบรายละเอียด เนื่องจากได้มอบหมายให้รองเลขาธิการ กกต.เป็นผู้ดำเนินการ เช่นเดียวกับชุดไต่สวนที่ 36 ที่นายแสวงระบุว่าไม่ทราบรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการ ดังนั้น จึงเกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดวันนี้นายแสวงจึงสามารถออกมาแถลงข่าวและให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อกฎหมาย รวมถึงพฤติการณ์ในคดีได้อย่างละเอียด จึงขอให้นายแสวงเดินทางมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ด้วยตัวเอง เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสาธารณชนเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบคดีโกง สว. และแนวทางที่ กกต.จะดำเนินการต่อไป

ที่มา: INN