เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ส.ค. ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนัดนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม พร้อมสรุปสำนวนความเห็นสั่งฟ้องต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ ในความผิดที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์ พ.ร.บ.ฟอกเงิน อั้งยี่ และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีทุนหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยสำนวนมีจำนวน 6 หลัง 30 แฟ้ม รวมกว่า 12,000 หน้า ยื่นต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ
จากนั้นเวลา 10.40 น. นายชนนพัฒฐ์เดินทางมาถึงสำนักงานอัยการคดีพิเศษ และให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีความตั้งใจเดินทางมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงมารับทราบข้อกล่าวหาในชั้นอัยการ พร้อมเตรียมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจำนวน 9 ประเด็น หลัก ๆ เป็นเรื่องพฤติการณ์การกระทำความผิด โดยเฉพาะข้อหาการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าตนเองไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร โดยคาดหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม
นายชนนพัฒฐ์กล่าวว่า การร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว ตนเคยยื่นไปในชั้นสอบสวนของดีเอสไอแล้ว แต่ก็ไม่ได้รับความชัดเจน
ส่วนประเด็นเรื่องการใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. เนื่องจากวันที่ 25 ส.ค. จะมีการเปิดสมัยประชุมสภา นายชนนพัฒฐ์กล่าวว่า การสั่งฟ้องไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. การคุ้มครองเป็นเพียงในชั้นสอบสวนและการออกหมายเรียกเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าตนไม่ได้มีอะไรเหนือกว่าคนอื่น
นายชนนพัฒฐ์กล่าวอีกว่า ตนเองถูกดำเนินคดีในหลายท้องที่ ทั้งที่อยู่ในชั้นอัยการและชั้นศาลในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยไม่ได้มองว่าเป็นนัยทางการเมือง แต่เปรียบเสมือนพายุฝนที่โหมกระหน่ำเข้ามา แต่ด้วยความเป็นนักสู้ก็ต้องค่อย ๆ แก้ปมไปทีละเปราะ และถือเป็นข้อดีที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้หมดข้อครหาจากสังคมว่าตนใช้เอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วตนไม่เคยใช้เลย
“ตนเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” นายชนนพัฒฐ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้ ดีเอสไอขยายผลจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ในภาคใต้ ตั้งเลขคดีพิเศษที่ 150/2568 และจากการตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวโยงกับนักการเมืองและเครือข่ายฟอกเงิน
อย่างไรก็ตาม คดีของนายชนนพัฒฐ์ถูกตั้งเลขคดีแยกขึ้นเป็นคดีพิเศษที่ 87/2569 เนื่องจากขณะนั้นนายชนนพัฒฐ์อยู่ระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. ทำให้พนักงานสอบสวนจำเป็นต้องแยกสำนวนออกมาเพียงรายเดียว เพื่อไม่ให้เป็นการยืดเวลาของสำนวนหลัก
สำหรับสำนวนหลัก ดีเอสไอได้ส่งฟ้องนางนารีรัตน์ และนางศิริวรรณ ต่ออัยการคดีพิเศษ และนำตัวฝากขังต่อศาลอาญารัชดาไปแล้วก่อนหน้านี้ ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต สมคบกันเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันเป็นอั้งยี่
ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 24 ราย ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับ โดยเจ้าหน้าที่มีข้อมูลและเบาะแสว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
ภายหลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ จากนั้นได้มีการจ่ายสำนวนไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เพื่อพิจารณา และนัดฟังคำสั่งทางคดีในวันที่ 28 ก.ย.นี้
ที่มา: เดลินิวส์