เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต

เปิดตัวน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต

ดร.ธีระชัย แสนแก้ว ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) เปิดเผยหลัง เป็นประธานเปิดโครงการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กยท., อ.ส.ค., พด. และ ส.ป.ก. เพื่อพัฒนานวัตกรรมน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างสวนยางอารยเกษตร เพิ่มรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมี นายญาณกิตติ์ ฮารุดีน รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ และคณะผู้บริหาร กยท. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีเปิดฯ รวมถึงเกษตรกรในพื้นที่ ว่า การดำเนินโครงการดังกล่าว เป็นการบูรณาการภารกิจและองค์ความรู้ของหน่วยงานภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ กยท. องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กรมพัฒนาที่ดิน (พด.) และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน โดยนำมาแปรรูปเป็น “น้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม”

สำหรับใช้เป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาและประยุกต์ใช้นวัตกรรม ถือเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ภาคการเกษตร พร้อมเชื่อมโยงเกษตรกรต่างสาขาให้สามารถพึ่งพาซึ่งกันและกันได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ พื้นที่ดำเนินโครงการจะพัฒนาเป็น “พื้นที่เรียนรู้ที่มีชีวิต” ให้เกษตรกรได้เห็นของจริง เรียนรู้จากการปฏิบัติ ทดลองใช้นวัตกรรม และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสวนยางของตนเอง โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต แก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และรองรับสังคมผู้สูงอายุในภาคการเกษตร รวมถึงต่อยอดสวนยางพาราสู่แหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางอารยเกษตร

นายญาณกิตติ์ กล่าวว่า กยท. มีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรชาวสวนยางให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน แก้ไขปัญหาน้ำนมดิบส่วนเกิน ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นน้ำหมักชีวภาพกรดอะมิโนนม สำหรับใช้เป็นปัจจัยการผลิตทางการเกษตร มุ่งเน้นการส่งเสริมการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การนำอินทรีย์และชีวภัณฑ์มาใช้ในการเกษตรตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาวิกฤตและลดต้นทุนโดยดึงนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่ม อันนำไปสู่การสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งต่อเกษตรกรชาวสวนยางและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

“การขับเคลื่อนการใช้น้ำหมักชีวภาพน้ำนมดิบ หรือกรดอะมิโนนม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกร โดย กยท. พร้อมพัฒนาแปลงสาธิตการใช้น้ำหมักชีวภาพน้ำนมดิบให้เป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางอารยเกษตร เปิดโอกาสให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบกิจการยาง และประชาชนที่สนใจ เข้ามาศึกษาเรียนรู้และนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้อย่างเป็นรูปธรรม” รองผู้ว่าการด้านธุรกิจ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับกิจกรรมในวันเปิดโครงการฯ มีการมอบทุนการศึกษาด้านยางพารา ในระดับปริญญาตรีแก่บุตรเกษตรกรชาวสวนยาง, การมอบปัจจัยการผลิต (น้ำหมักปลาหมอคางดำ และน้ำหมักชีวภาพน้ำนมดิบ) ให้ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางในเขตปฏิรูปที่ดิน จำนวน 30 ราย นำไปใช้ในแปลงเรียนรู้ต้นแบบ, จัดแสดงบูธนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ของแต่ละหน่วยงาน ตลอดจนการนำเสนอสวนยางอารยเกษตร ที่มีการปลูกต้นกฤษณาแทรกในสวนยาง สร้างรายได้แก่เกษตรกรแบบ 2 ทาง เป็นต้น รวมไปถึงการเปิดกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางคีรีมาศรวมใจ เป็นจุดรวบรวมผลผลิตยางก้อนถ้วย จากเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ อ.เมือง, อ.คีรีมาศ, อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย และพื้นที่ใกล้เคียง อาทิ อ.พรานกระต่าย, อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร และ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก

ที่มา: เดลินิวส์