ทีมวิจัยชี้ เราเตอร์ส่งคลื่น Wi-Fi แอบสอดแนม-ระบุตัวตนได้ แม้ไม่ได้พกสมาร์ทโฟน

ทีมวิจัยชี้ เราเตอร์ส่งคลื่น Wi-Fi แอบสอดแนม-ระบุตัวตนได้ แม้ไม่ได้พกสมาร์ทโฟน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลงานวิจัยจากเว็บไซต์ไซเอนซ์ เดลี เมื่อไม่นานมานี้ที่เผยว่า นักวิทยาศาสตร์สามารถค้นพบวิธีการอันน่ากังวลเกี่ยวกับการทำงานร่วมกันระหว่างเครือข่าย Wi-Fi ทั่วไปกับอุปกรณ์อื่น เพื่อระบุตัวตนของผู้คนได้อย่างแม่นยำเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าคนคนนั้นจะไม่ได้พกโทรศัพท์ สมาร์ทวอตช์ ฟิตบิต โน้ตบุ๊ก หรืออุปกรณ์เชื่อมต่อใดๆ ติดตัวอยู่เลยก็ตาม

คณะนักวิจัยพบว่าสัญญาณแบบไม่เข้ารหัส ซึ่งมีการรับส่งระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ Wi-Fi ได้กับตัวกระจายสัญญาณหรือเราเตอร์อย่างเป็นประจำทุกวันนั้น สามารถนำมาใช้สร้างภาพจำลองจากคลื่นวิทยุที่มีลักษณะคล้ายภาพถ่ายจากกล้อง เพื่อระบุตัวตนของผู้คนได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที

การค้นพบนี้ก่อให้เกิดความกังวลว่าเราเตอร์ Wi-Fi หลายล้านเครื่องที่อยู่รอบตัวเราอาจกลายเป็นเครือข่ายสอดแนมไร้ตัวตนขนาดใหญ่ ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทยักษ์ใหญ่ องค์กรรัฐ หรือบุคคลภายนอกสามารถระบุตัวตนของผู้คนได้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้

ศาสตราจารย์ ทอร์สเตน ชตรูเฟอ จากสถาบันเทคโนโลยีคาลส์รูเออ ประเทศเยอรมนี กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้ทรงพลังมาก แต่มันก็นำมาซึ่งความเสี่ยงต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคบ โดยเฉพาะเรื่องความเป็นส่วนตัว ซึ่งวิธีการดังกล่าวเป็นการฉวยโอกาสจากข้อมูลระบบสื่อสารทั่วไปที่เกิดจากผู้ใช้งานทั่วไปในบ้าน ออฟฟิศ ร้านกาแฟ หรือสถานที่ใกล้เคียง โดยอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อจะส่งข้อมูลกลับไปหายังเราเตอร์เพื่อปรับสัญญาณการสื่อสารไร้สายให้เหมาะสมอยู่เสมอ ซึ่งข้อมูลการสะท้อนสัญญาณนี้ถูกส่งออกไปโดยไม่มีการเข้ารหัสความปลอดภัยใดๆ

นั่นหมายความว่า ใครก็ตามที่อยู่ในระยะส่งสัญญาณอาจแอบวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสะกดรอยตามบุคคลนั้นได้โดยที่เหยื่อไม่เคยรู้ตัว ยูเลียน โทดท์ หนึ่งในนักวิจัยร่วมทีม เตือนว่า เทคโนโลยีนี้สามารถเปลี่ยนเราเตอร์ทุกตัวให้กลายเป็นเครื่องมือสอดแนมที่มีศักยภาพสูง ยกตัวอย่างเช่น หากคุณเดินผ่านร้านกาแฟที่เปิดใช้สัญญาณ Wi-Fi เป็นประจำ คุณอาจถูกระบุตัวตนที่นั่นได้โดยไม่รู้ตัว และอาจถูกจดจำได้ในครั้งต่อๆ ไป

ทีมวิจัยได้ทดสอบเทคนิคนี้กับกลุ่มตัวอย่าง 197 คน และระบุว่าระบบสามารถคาดเดาและระบุตัวตนของกลุ่มตัวอย่างได้แม่นยำเกือบ 100% ทำให้ขณะนี้ทีมวิจัยกำลังเรียกร้องให้มีการเพิ่มมาตรการคุ้มครองและระบบรักษาความเป็นส่วนตัวเข้าไปในระบบ Wi-Fi รุ่นใหม่ๆ ก่อนที่จะสายเกินไป

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Tung Lam from Pixabay

ที่มา: เดลินิวส์