กัดจับเรือสปีดโบ๊ทพร้อมยึดปืนAK -กระสุนกว่า 2 หมื่นนัด

กัดจับเรือสปีดโบ๊ทพร้อมยึดปืนAK -กระสุนกว่า 2 หมื่นนัด

ตำรวจสอบสวนกลาง สกัดเรือสปีดโบ๊ทขนอาวุธสงครามทางทะเลตราด ตำรวจน้ำบุกยึด AK-47 จำนวน 2 กระบอก พร้อมแมกกาซีน 102 อัน และกระสุนกว่า 24,000 นัด

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุม นายสมจิตรฯ อายุ 51 ปี สัญชาติไทย พร้อมของกลาง เรือสปีดโบ๊ท และอาวุธปืน อาวุธ ปืนอาก้า (AK-47) จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนกระสุนกว่า 24,000 นัด โดยจับุมได้ บริเวณท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง ม.2 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

พฤติการณ์ในคดี จากการแกะรอยจากเบาะแสสายลับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ข่าวทัพเรือภาคที่ 1 ได้ร่วมกันสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการนำเรือสปีดโบ๊ทออกไปรับสิ่งของกลางทะเล โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งของผิดกฎหมาย บริเวณทะเลใกล้เกาะกูด จังหวัดตราด จากนั้นจะลำเลียงสิ่งของดังกล่าวกลับขึ้นฝั่งที่ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ชุดปฏิบัติการเฝ้าสังเกตการณ์ทั้งทางบกและ ทางน้ำ เพื่อเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือตามเบาะแสเรือสปีดโบ๊ทเป้าหมายออกจากท่า ชุดปฏิบัติการทางบกพบเรือสปีดโบ๊ท สีขาว-น้ำเงิน มีลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง วิ่งออกจากท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง หมู่ 2 ตำบลคลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ มุ่งหน้าออกสู่ทะเลไปทางเกาะกูด เจ้าหน้าที่ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบ พบว่าบนเรือมีบุคคลอยู่จำนวน 2 คน จึงรายงานความเคลื่อนไหวให้ ผู้บังคับบัญชา ทราบ

จากนั้นจึงมีคำสั่งให้ชุดปฏิบัติการทางบกและทางน้ำเตรียมเข้าติดตาม โดยนำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 ออกปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง ชุดปฏิบัติการทางบกตรวจพบเรือสปีดโบ๊ทลำเดิมกำลังวิ่งกลับเข้าฝั่ง จากการใช้กล้องส่องทางไกล เจ้าหน้าที่พบว่าบนเรือยังคงมีบุคคลอยู่ 2 คน เช่นเดียวกับช่วงที่เรือออกจากฝั่ง โดยเรือหันหัวมุ่งหน้ากลับมายังท่าเทียบเรือดิเรก จุดเดิมที่ออกเรือไปจังหวะเรือเทียบท่า

เจ้าหน้าที่นำเรือตรวจการณ์ตำรวจน้ำ รน.332 เข้าตรวจสอบและตรวจค้นเรือเป้าหมาย ภายในเรือพบชาย 1 ราย กำลังผูกเชือกเรือ มีท่าทางต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น ชายดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ นายสมจิตรฯ อายุ 51 ปี เปิดห้องหัวเรือ พบกระสอบต้องสงสัย ระหว่างตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบ กระสอบจำนวนหลายกระสอบพันด้วยกระดาษกาว ซุกซ่อนอยู่บริเวณห้องหัวเรือและในระวางท้องเรือเมื่อเปิดตรวจสอบ สิ่งที่พบประกอบด้วยอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก

จากการสอบถามเบื้องต้น นายสมจิตรฯ ให้การว่า ตนเองและ นายศักรินทร์ฯ หรือตู่ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ท ได้รับว่าจ้างให้ออกเรือไปรับของทางทะเล แต่ในขณะรับงานนั้นไม่ทราบว่าสิ่งของดังกล่าวคืออะไร นายสมจิตรฯ ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า ของกลางทั้งหมดได้รับมาจาก ชาวกัมพูชา ซึ่งขับเรือนำสิ่งของมาส่งกลางทะเลบริเวณใกล้เกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ก่อนที่ตนเองและผู้ร่วมเดินทางจะนำเรือกลับมายังฝั่งจุดหมายปลายทางคือ ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่ง ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่เรือออกไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ในจังหวะที่เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและตรวจค้นเรือ นายศักรินทร์ฯ หรือตู่ ได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนส่งตัวดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้นายสมจิตรฯ ทราบ

ที่มา: INN