สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ว่าสมาคมอุตสาหกรรมบันทึกเสียงแห่งออสเตรเลีย หรือเออาร์ไอเอ กล่าวว่า เพลงที่สร้างโดยเอไอทั้งหมดจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการจัดอันดับ “เออาร์ไอเอ ชาร์ตส” อีกต่อไป แม้เพลงที่ใช้เอไอเพื่อสนับสนุนจะยังคงมีสิทธิ์อยู่
เออาร์ไอเอกล่าวว่า เพลงที่พัฒนาโดยใช้เอไอในการสร้างจะมีสิทธิ์ก็ต่อเมื่อ “สร้างโดยมนุษย์เป็นส่วนใหญ่” และไม่มีข้อกังวลเกี่ยวกับการสตรีม หรือการปั่นชาร์ตเพลง
เพื่อแยกแยะเพลงที่สร้างโดยเอไอออกจากเพลงที่ใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือ หน่วยงานกล่าวว่า จะใช้คำจำกัดความจากมาตรฐานการติดฉลากเอไอ ที่ประกาศโดยชุมชนดนตรีระดับโลกในเดือนก.ค.
Songs created by AI banned from Australia's music charts https://t.co/L6IDRCR3vp
อนึ่ง เออาร์ไอเอรวบรวมเพลงและอัลบั้มยอดนิยมที่สุดของออสเตรเลีย ซึ่งเผยแพร่บนแอปเปิลมิวสิค และสปอติฟายไว้บนชาร์ตทุก ๆ วันศุกร์
เพลง “Like a Prayer” เวอร์ชันคัฟเวอร์ของดีเจ จอช ฟาวาซ จากรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งต้นฉบับเป็นเพลงฮิตปี 2532 ของมาดอนนา กลายเป็นเพลงที่ถูกเปิดมากที่สุดในวิทยุออสเตรเลีย และขึ้นถึงอันดับ 4 ในสองชาร์ตของในเดือนก.ค.
โปรดิวเซอร์บางรายกล่าวหาเพลงของเขาว่า ใช้เอไอในการสร้างเพลง และไม่ยอมเปิดเผยในตอนแรก ก่อนที่ในเดือนมิ.ย. ฟาวาซจะตอบโต้คำวิจารณ์ผ่านอินสตาแกรม โดยกล่าวว่า เขาใช้เอไอเป็นเครื่องมือ “แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน” พร้อมเสริมว่า เขาปล่อยเพลงมานานก่อนที่เอไอจะมา และจุดมุ่งหมายหลักของเขาคือการมอบเพลงที่ดีให้ผู้ฟัง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS
ที่มา: เดลินิวส์