“ทนายอั๋น” บุก DSI ทวงเลขสืบสวนคดีเขากระโดง จี้เร่งหาความจริง ลั่นไม่มีอำนาจการเมืองหยุดการต่อสู้ได้

“ทนายอั๋น” บุก DSI ทวงเลขสืบสวนคดีเขากระโดง จี้เร่งหาความจริง ลั่นไม่มีอำนาจการเมืองหยุดการต่อสู้ได้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อทวงถามความคืบหน้าและขอให้อนุมัติเลขสืบสวน กรณีการบุกรุกลำรางและทางเดินสาธารณะบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์

ทั้งนี้ อธิบดีและรองอธิบดี DSI ซึ่งกำกับดูแลกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ เป็นผู้แทนรับหนังสือ

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ต้องการสอบถามว่าเหตุใด DSI จึงยังไม่อนุมัติเลขสืบสวนคดีดังกล่าว ทั้งที่การออกเลขสืบสวนจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นระบบ พร้อมยืนยันว่าไม่มีอำนาจทางการเมืองใดจะหยุดการต่อสู้ของตนได้

ทนายอั๋นยังกล่าวถึงกรณีที่ DSI มีเอกสารข่าวระบุว่า ได้สั่งการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งตรวจสอบผู้ครอบครองที่ดิน 33 ราย เนื้อที่ 245 ไร่ ว่า ตนมองว่าเป็นการดำเนินการที่ล่าช้า และตั้งคำถามว่าหากออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ จะช่วยให้การรวบรวมพยานหลักฐานทำได้รวดเร็วขึ้นหรือไม่

ส่วนกรณีที่ รมว.ยุติธรรม ระบุว่าได้มีคำสั่งให้ DSI ดำเนินการแล้ว นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า เรื่องที่ตนติดตามในครั้งนี้เป็นกรณีที่เคยยื่นหนังสือไว้เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2569 เกี่ยวกับการยึดถือครอบครองลำรางและทางสาธารณะบริเวณเขากระโดง ไม่ใช่ประเด็นเดิมเรื่องข้อพิพาทที่ดินระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทยกับกลุ่มบุคคลในพื้นที่ ซึ่งตนไม่ได้ติดตามแล้ว

“ผมอยากรู้ว่าการเซ็นออกเลขสืบสวนให้เจ้าหน้าที่ อธิบดีดีเอสไอต้องใช้เวลากี่วัน ขอให้บอกกันตรง ๆ แม้จะพยายามยื้อไปหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ผมก็ไม่ยอม” นายภัทรพงศ์ กล่าว

สำหรับกรณีที่ รมว.ยุติธรรม ออกมาเปิดเผยและพาดพิงเรื่องส่วนตัวและครอบครัว นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจ แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องส่วนตัวกับ รมว.ยุติธรรม และตนเข้าพบเพียง 2 ครั้ง คือกรณีติดตามเรื่องการโกงสอบท้องถิ่น และกรณีติดตามคดีเขากระโดง โดยตั้งคำถามว่าการนำเรื่องครอบครัวมาเปิดเผยต่อสาธารณะมีเหตุผลใด

นายภัทรพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้เป็นนักการเมือง แต่เป็นประชาชนและทนายความคนหนึ่งที่ออกมาติดตามประเด็นที่เห็นว่าเป็นความไม่เป็นธรรม พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่อไป แม้ต้องเผชิญแรงกดดันก็ตาม

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า กกต. อาจเลื่อนการลงมติในสำนวนคดีฮั้ว สว. จากวันที่ 28 ส.ค. ออกไปเป็นเดือน ก.ย. นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ส่วนตัวอยากให้เลื่อนออกไป เพราะมองว่าไม่มีประเด็นใดที่จะเกิดประโยชน์จากการเร่งรัด พร้อมแสดงความเห็นว่ากระบวนการดังกล่าวต้องเป็นไปตามกฎหมาย

ขณะที่กรณี DSI แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่นำข้อมูลและพยานหลักฐานในสำนวนคดีพิเศษไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ต้องการทราบว่าตนมีรายชื่ออยู่ในกลุ่มผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ พร้อมตั้งคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวจะกระทบต่อการตรวจสอบโดยภาคประชาชนหรือไม่

ทนายอั๋นยังเปิดเผยด้วยว่า ล่าสุดได้ลงนามแต่งตั้งทนายความ เพื่อดำเนินการคัดทะเบียนราษฎรที่เทศบาลนครนนทบุรี ก่อนเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลอาญารัชดาฯ กรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่มีการพาดพิงเรื่องส่วนตัวต่อสาธารณะ

ด้านนายสาธุ อนุโมทานิ ประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติ ซึ่งเดินทางมาร่วมยื่นหนังสือ กล่าวว่า การนำประวัติส่วนบุคคลและเรื่องครอบครัวของผู้อื่นมาเปิดเผยต่อสาธารณะเป็นเรื่องไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของ รมว.ยุติธรรม

นายสาธุ กล่าวว่า เครือข่ายภาคประชาชนเตรียมนัดหมายหารือกันภายใน 1-2 วันนี้ เพื่อแสดงจุดยืนและให้กำลังใจผู้ที่ออกมาตรวจสอบประเด็นสาธารณะ พร้อมเรียกร้องให้ DSI เร่งพิจารณาอนุมัติเลขสืบสวนคดีเขากระโดง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการต่อไป

ที่มา: เดลินิวส์