สภาฯ ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 285:141 เสียง

สภาฯ ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 285:141 เสียง

สภาฯ ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน 285:141 เสียง “เอกนิติ” ย้ำจำเป็นรับมือวิกฤต 3 ระลอก ขณะ “อนุทิน” ให้คำมั่นเงินต้องโปร่งใส ไม่เอื้อใคร

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ เห็นชอบ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤติพลังงานและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หลังสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านอภิปรายอย่างกว้างขวางตลอดทั้งวัน ซึ่งผลการลงมติเมื่อเวลา 20.28 น. (26 สิงหาคม 2568) มีผู้ลงมติ 478 คน เห็นด้วย 285 คน ไม่เห็นด้วย 141 คน และงดออกเสียง 52 คน ถือว่าที่ประชุมอนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าว

โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ชี้แจงปิดการอภิปรายว่า เหตุผลสำคัญของการออก พ.ร.ก.ครั้งนี้ คือประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตทางเศรษฐกิจ 3 ระลอก โดย ระลอกแรก คือ วิกฤติพลังงานจากสงครามในตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นราว 30% ระลอกที่สอง คือ วิกฤติค่าครองชีพ เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเกือบ 3% จากที่ติดลบในไตรมาสแรก ส่งผลให้ต้นทุนต่าง ๆ เพิ่มขึ้นประมาณ 10% และระลอกที่สาม คือ กำลังซื้อที่หดตัว โดยการบริโภคในไตรมาส 2 ลดลงจากไตรมาสแรก หากปล่อยให้สถานการณ์ลุกลาม อาจนำไปสู่การเลิกจ้าง ปิดกิจการ และกลายเป็นวิกฤติเศรษฐกิจในที่สุด

นายเอกนิติ ยังชี้ว่า ไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในระดับสูง ทำให้มีความเปราะบางต่อราคาพลังงานโลก ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดในไตรมาส 2 กลับมาขาดดุลเกือบ 600,000 ล้านบาท จึงเห็นว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่สามารถเลื่อนออกไปได้ พร้อมเปรียบเทียบว่า การเยียวยาประชาชนซ้ำ ๆ เปรียบเหมือนบ้านที่หลังคารั่วแล้วต้องนำถังมารองน้ำทุกครั้งที่ฝนตก แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ นำเงินไปซ่อมหลังคาเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทั้งนี้ เงินจาก พ.ร.ก.จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเยียวยาระยะสั้น แต่ต้องใช้เพื่อช่วยประชาชน ลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด รวมถึงสร้างทักษะใหม่ให้กับประชาชน อีกทั้ง รัฐบาลย้ำด้วยว่า ไม่ได้กู้เงิน 4 แสนล้านบาทมากองไว้ทั้งหมด แต่จะกู้ตามความจำเป็นและการใช้จ่ายจริง พร้อมมีกระบวนการกลั่นกรองโครงการ ติดตามประเมินผล และรายงานต่อ ครม.

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวขอบคุณสมาชิกสภาฯ พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ของรัฐบาลว่า การออก พ.ร.ก.ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยรัฐบาล จะติดตามการใช้จ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหล และให้คำมั่นว่า จะไม่ใช้เงินก้อนนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดเป็นการเฉพาะ

พร้อมย้ำว่า เงินกู้ไม่ใช่เงินฟรี เพราะมีต้นทุนดอกเบี้ย รัฐบาลจึงต้องพิจารณาความคุ้มค่าของโครงการต่าง ๆ อย่างรอบคอบ โดยระบุว่าอัตราดอกเบี้ยที่กล่าวถึงอยู่ที่ประมาณ 1.2%

ขณะเดียวกัน นายเอกนิติ ยังย้ำว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้แตกต่างจากการใช้งบประมาณแบบเดิม เพราะกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ทั้งการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติพลังงานการลดการพึ่งพาพลังงาน และการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศ

ที่มา: INN