‘โรม’ ผิดหวัง ‘สุชาติ’ เบี้ยวแจงกมธ.คลี่ปมทับลาน ทับที่ประชาชน เตรียมบุกถามถึงที่

‘โรม’ ผิดหวัง ‘สุชาติ’ เบี้ยวแจงกมธ.คลี่ปมทับลาน ทับที่ประชาชน เตรียมบุกถามถึงที่

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน พร้อมนายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ และนายวีระ รัตนอักษรกุล เลขาธิการกลุ่มทับลาน 43 ร่วมกันแถลงผลการประชุมกรณีปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ภายหลังเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเพื่อหาทางออกให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบมายาวนาน

นายวีระ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของรัฐ 100% ในการขีดเส้นแนวเขตอุทยานฯ เมื่อปี 2524 ทับซ้อนที่ดินดินชาวบ้าน ซึ่งมีหลักฐานชัดว่าอยู่มาก่อนประกาศเขตอุทยานฯ ทั้งนี้ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขปัญหาผ่านมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2566 และการจัดทำ One Map ใช้แนวเขตการสำรวจร่วมกันในปี 2543 หรือ “เส้น 43” เป็นเกณฑ์ แต่คณะกรรมการในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ยอมรับเส้นดังกล่าว และยังยึดแนวเขตปี 2524 ที่ผิดพลาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในอดีตยอมรับต่อกมธ.ว่า ขีดเส้นบนโต๊ะทำงานไม่ได้ลงพื้นที่สำรวจจริง ส่งผลกระทบประชาชนกว่า 46,000 คน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ปราจีนบุรี และบางส่วนของสระแก้ว ไม่สามารถทำนิติกรรมหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ เนื่องจากติดข้อกฎหมายอุทยานฯ ที่รุนแรง ดังนั้นเราขอเรียกร้องให้ใช้แนวเขตปี 43 ที่ทุกคนมีส่วนร่วมกลับคืนมา

ด้านนายเลาฟั้ง กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญอยู่ที่ระดับนโยบาย เนื่องจากมติของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติที่ดำเนินการเพิกถอนที่ดิน สวนทางกับแนวทางที่วางไว้แต่ต้น โดยเฉพาะมติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ปี 2566 และมติ ครม. ที่ยืนยันให้เพิกถอนพื้นที่ทับซ้อน 260,000 ไร่ คืนสิทธิให้ชาวบ้าน แต่กรมอุทยานฯ กลับไม่ดำเนินการแก้ไขกฎหมายหรือออกพระราชกฤษฎีกาตามมติ คทช. อย่างที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ยังยอมรับต่อที่ประชุมว่าดำเนินคดีผิดตัวกับประชาชน 23 ราย และรับปากว่าจะเยียวยา แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนในทางปฏิบัติว่าจะเยียวยาแบบใด ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยด้วยเงินหรือการจัดหาที่ดินใหม่ ซึ่งต้องอาศัยการตัดสินใจเชิงนโยบายที่เด็ดขาดจากฝ่ายบริหารเพื่อยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ

ขณะที่นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนผิดหวังที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ดูแลเรื่องนโยบายที่ดิน ไม่มาเข้าร่วมประชุมตามที่ได้ให้สัจจะไว้ รวมถึงคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในบอร์ดอุทยานฯ ก็ไม่ได้มา ทำให้ไม่สามารถพิจารณาหาข้อยุติในเชิงนโยบายได้ ดังนั้นกมธ. เตรียมเดินทางไปพบรมว.ทรัพยากรฯ เพื่อทวงถามความคืบหน้า เพราะปัญหาที่สะสมมานานไม่ควรต้องรอต่อไปอีก 10-30 ปี ขอยืนยันว่าการเพิกถอนพื้นที่ชุมชนออกจากเขตอุทยานฯ ไม่ได้ทำให้ป่าทับลานหายไป แต่เป็นการรักษาป่าที่แท้จริงควบคู่ไปกับการให้ประชาชนมีที่ดินทำกินอย่างถูกต้อง

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การสรุปว่าชาวบ้านเป็นผู้บุกรุกป่านั้นเป็นการสรุปที่เร็วเกินไป เพราะที่ผ่านมาภาครัฐเคยใช้งบประมาณนับพันล้านบาทเพื่อสำรวจแนวเขตปี 2543 จนชาวบ้านยอมรับและถอยออกจากเขตป่าจริงแล้ว แต่วันนี้มติบอร์ดอุทยานฯ ดูเหมือนจะใหญ่กว่ามติ ครม. และรัฐบาลพยายามใช้นโยบายแบบ “คนละครึ่ง” คือแก้ปัญหาบางส่วนและคงพื้นที่ทับซ้อนไว้บางส่วนโดยไม่มีฐานความคิดรองรับ เดิมพันด้วยชีวิตคนหลายครอบครัวที่รอความยุติธรรมมาเกือบ 50 ปี

ที่มา: เดลินิวส์