สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาและเหน่วยงานเฝ้าระวังภัยพิบัติของเนปาลและจีนรายงานตรงกัน ว่าน้ำป่าไหลหลากรุนแรงบริเวณแนวชายแดนของทั้งสองประเทศ เป็นผลจากการพังถล่มของธารน้ำแข็ง ส่งผลให้หิน น้ำแข็ง โคลน และเศษซากจำนวนมหาศาลไหลลงสู่ระบบแม่น้ำบนภูเขา
ขณะเดียวกัน ทะเลสาบที่เกิดจากเศษซากปิดกั้นทางน้ำ บริเวณจุดเกิดเหตุธารน้ำแข็งพังถล่ม มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเสี่ยงพังทะลักลงมา กลายเป็น “หายนะครั้งที่สอง” ทางการเนปาลขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัย และผู้ที่เกี่ยวข้องหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและอยู่ห่างจากริมแม่น้ำเพื่อความปลอดภัย
Nepal, China warn of fresh flood risks with lakes threatening to burst https://t.co/ONSUILYs29 https://t.co/ONSUILYs29
ด้านหน่วยงานของจีนคาดการณ์ ว่าจะมีมวลน้ำราว 3 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเทียบเท่าสระว่ายน้ำโอลิมปิกราว 1,200 สระ ไหลเข้าสู่ทะเลสาบที่ถูกกั้นด้วยเศษซากฝั่งจีน ปริมาณน้ำดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงที่แนวกั้นจะพังทลาย โดยคาดว่ากระแสน้ำจะขึ้นถึงระดับสูงสุด ประมาณวันที่ 1 ก.ย. นี้
นอกจากนี้ มีการพยากรณ์อากาศว่า จะมีฝนตกเพิ่มเติมในช่วงสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ซึ่งหากปริมาณน้ำยังคงเพิ่มขึ้น หมายความว่า ความเสี่ยงของการเกิดอุทกภัยครั้งใหม่ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS
ที่มา: เดลินิวส์