เทคโนโลยี “ชิปแสง”รับกระแส AIดึงเงินลงทุนเข้าไทย8.2หมื่นล้าน

เทคโนโลยี “ชิปแสง”รับกระแส AIดึงเงินลงทุนเข้าไทย8.2หมื่นล้าน

รัฐบาลชูเทคโนโลยี “ชิปแสง”รับกระแส AI บูม เผยดึงเงินลงทุนเข้าไทย 8.2 หมื่นล้าน เร่งผลิตกำลังคน 1 แสนตำแหน่ง ดันเป้าการลงทุนรวมแตะ 30% ของ GDP

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ทั่วโลก เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจสำคัญที่รัฐบาลได้วางแผนและเตรียมความพร้อมรองรับไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันอุตสาหกรรม Photonics หรือเทคโนโลยีการใช้แสงในการรับส่งข้อมูล และ “ชิปแสง” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประมวลผลข้อมูลมหาศาลในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งจะมีส่วนช่วยยกระดับประเทศจากการเป็นฐานที่ตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ไปสู่การเป็นแหล่งผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงได้ในอนาคต

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า จากแผนงานเชิงรุกของภาครัฐ ส่งผลให้สถิติการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ช่วงปี 2564 ถึงเดือน มิ.ย. 2569 มีโครงการในอุตสาหกรรม Photonics ยื่นขอรับการส่งเสริมแล้ว 79 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 82,700 ล้านบาท ครอบคลุมการผลิตสายใยแก้วนำแสง อุปกรณ์สื่อสารด้วยแสง และ Optical Transceiver ความเร็วสูงสำหรับ Data Center ซึ่งตัวเลขนี้ยืนยันชัดเจนว่าไทยมีฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง และพร้อมก้าวสู่เทคโนโลยีขั้นสูง การเร่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนี้ ถือเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนสำคัญ เนื่องจากรัฐบาลตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมของประเทศจากปัจจุบัน 23-24 เปอร์เซ็นต์ เป็น 30 เปอร์เซ็นต์ของ GDP เพื่อผลักดันศักยภาพเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับ 3 เปอร์เซ็นต์

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ระบุว่า ไทยมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในหลายสาขา ทั้ง IC Design (งานออกแบบวงจรรวม), Power, Photonics และ Sensor ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีความต้องการของตลาดและมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Photonics ไทยสามารถต่อยอดจากฐานการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCB และการประกอบแผ่นวงจรพิมพ์ หรือ PCBA ซึ่งได้รับการยอมรับในตลาดโลก ไปสู่การผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งช่วยเติมเต็มห่วงโซ่การผลิตให้ครบวงจรและเป็นหนึ่งในทิศทางที่รัฐบาลมุ่งผลักดันการยกระดับประเทศไทยสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีโจทย์สำคัญที่กำลังเร่งดำเนินการ คือการสร้างคน จึงบูรณาการร่วมกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรสำหรับการผลิตวิศวกร ช่างเทคนิค และนักวิจัย รองรับความต้องการ

อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องกว่า 100,000 คน ภายใน 5 ปี อีกทั้งเปิดทางให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่กำลังขยายตัว

“รัฐบาลมุ่งมั่นใช้โอกาสจากการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ในการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทย จากการเป็นเพียงฐานประกอบสินค้า สู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพ ทำให้คนไทยได้ยกระดับทักษะและมีรายได้เพิ่มขึ้น มีเทคโนโลยีใหม่ และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน” นางสาวรัชดา กล่าว

ที่มา: INN