นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง กลุ่มที่ 10 เข้ายื่นหนังสือถึงพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขอความสนับสนุนในการเปิดเผยและเผยแพร่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดในสำนวนการสืบสวนและไต่สวน คดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (คณะกรรมการชุดที่ 26) เพื่อประโยชน์สาธารณะ
นายอัครวัฒน์กล่าวว่าตนในฐานะผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง เป็นผู้ร้องเรียน และผู้แจ้งเบาะแส อาศัยสิทธิตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 50 (10) และมาตรา 63 ขอยื่นหนังสือฉบับนี้เพื่อคัดค้านแนวคิด นโยบาย และการสั่งการของรมว.ยุติธรรม ตามที่ปรากฏในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 26 ส.ค.69 ว่า “รมว.ยุติธรรม จี้สอบเอกสารหลุดคดีฮั้ว สว. ดีเอสไอรับลูกแจ้งความกองปราบฯหาตัวคนผิด”
โดยพล.ต.ท.รุทธพลได้เปิดเผยต่อสาธารณะกรณีโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดเผยข้อมูลคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ว่าเอกสารดังกล่าวเป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาตัวบุคคลที่ทำเอกสารหลุด พร้อมกันนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อดำเนินคดีอาญาและกฎหมายพิเศษกับผู้ที่นำเอกสารดังกล่าวไปเผยแพร่และใช้ในการตรวจสอบ นั้น
ตนเห็นว่า สำนวนการสืบสวนและไต่สวนของคณะกรรมการชุดที่ 26 ดังกล่าว ได้สรุปข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติแล้ว ว่ามีผู้สมัครรับเลือกและผู้ได้รับเลือกเป็น สว. รวมทั้งกรรมการบริหารพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณ 229 คน ได้ร่วมกันกระทำการอันเป็นการทุจริตและมิชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกสว. ซึ่งเป็นพฤติการณ์ร้ายแรงที่ทำลายระบบนิติรัฐและบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย โดยคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณายื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแล้ว
ตนจึงเห็นว่า สำนวนการสืบสวนคดีทุจริตเลือก สว. ชุดที่ 26 มิใช่ความลับทางราชการที่มีไว้เพื่อปกปิดความผิดของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หากแต่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เป็นประโยชน์ต่อประโยชน์สาธารณะ (Public Interest) บุคคลที่กล้าหาญนำข้อมูลการทุจริตของนักการเมืองและผู้สมัคร สว. มาเปิดเผยต่อประชาชน ควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในฐานะพลเมืองดีและผู้พิทักษ์ความยุติธรรม มิใช่การถูกตราหน้า และดําเนินคดีอาญาจากหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่อำนวยความยุติธรรมเสียเอง จึงขอให้รมว.ยุติธรรม โปรดพิจารณาดำเนินการโดยด่วนที่สุด ดังนี้
1.โปรดให้ความสนับสนุนและมอบหมายให้หน่วยงานในบังคับบัญชา (โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ) ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลการทุจริตในส่วนที่พึงเปิดเผยได้ตามกฎหมายต่อประชาชนทั่วไป เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและรักษาไว้ซึ่งความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรม
2.โปรดสั่งการให้ระงับ หรือทบทวนการแจ้งความดำเนินคดีและตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่หรือพลเมืองดีผู้นำเอกสารมาเปิดเผย โดยขอให้เปลี่ยนเป็นการให้กำลังใจ ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย และแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมเพื่อขยายผลจากข้อมูลดังกล่าวในการนำตัวผู้กระทำความผิดฮั้วเลือก สว. ทั้ง 229 ราย เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาตามกฎหมาย โดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครวัฒน์และกลุ่มสว.สำรอง ได้ออกแถลงการณ์ขออยู่เคียงข้างข้าราชการผู้สุจริต กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) “ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ปกป้องความยุติธรรมของบ้านเมือง” ขอให้ข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษทุกท่าน ยึดมั่นในอุดมการณ์อย่างมั่นคง ยืนหยัดทำหน้าที่ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี เพื่อปกป้องการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต่อไป
ที่มา: เดลินิวส์