นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองโฆษก ทส. ชี้แจงกรณีการเชิญนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพื่อหารือกรณีปัญหาที่ดินทับซ้อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า การที่รัฐมนตรีไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง ไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธการชี้แจงหรือหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ แต่เนื่องจากในวันดังกล่าว รัฐมนตรีมีภารกิจปฏิบัติราชการร่วมกับนายกรัฐมนตรี จึงได้มอบหมายให้นายวีระ ขุนไชยรักษ์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าร่วมประชุมแทน เพื่อรับฟังความคิดเห็นและชี้แจงข้อมูลตามอำนาจหน้าที่
“รมว.สุชาติ” ยืนยันจุดยืนชัดเจนว่า พร้อมรับฟังทุกฝ่าย และไม่ได้ปิดประตูการหารือ โดยกระทรวงฯ พร้อมประสานกับคณะกรรมาธิการและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา โดยหากมีประเด็นที่ต้องการหารือเพิ่มเติม สามารถเชิญมาพูดคุยกันที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้
นายกานตพันธุ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาทับลานและเดินหน้าผลักดันการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการกำกับ ติดตาม และตรวจสอบพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์จากชุมชนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เพื่อบูรณาการการทำงานและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาครัฐ องค์กรอิสระ และภาคประชาชนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ ปลัด ทส. ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และรองศาสตราจารย์ธนพร ศรียากูล
ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ กำหนดกรอบการทำงานภายใน 6 เดือน เพื่อเดินหน้าสู่การปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 และมติคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569
สำหรับความคืบหน้าในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีการเดินหน้าพิสูจน์สิทธิ เป็นรายแปลง โดยใช้ฐานข้อมูลเดิมของราษฎรเป็นหลักในการตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าใครคือประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินโดยสุจริต และใครคือผู้บุกรุกหรือกลุ่มนายทุนที่เข้ามาใช้ประโยชน์โดยมิชอบ
ขณะเดียวกัน การดำเนินการกับรีสอร์ตที่เข้าข่ายใช้ประโยชน์โดยมิชอบก็มีความคืบหน้าเช่นกัน โดยมีผู้ประกอบการ 6 ราย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างด้วยตนเองแล้ว และอีก 17 ราย อยู่ระหว่างกระบวนการบังคับคดีเพื่อดำเนินการรื้อถอนตามกฎหมาย
“กระทรวงฯ ไม่ได้มองปัญหาทับลานด้วยมุมใดมุมหนึ่ง แต่ต้องแยกให้ออกว่า ประชาชนที่อยู่และทำกินโดยสุจริตต้องได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกันการบุกรุกและการใช้ประโยชน์โดยมิชอบก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้การแก้ปัญหาเดินหน้าได้โดยไม่กระทบทั้งประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติ”
นายกานตพันธุ์ กล่าวย้ำว่า การแก้ปัญหาทับลานเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย ทส. จึงยึดหลัก ข้อเท็จจริง กฎหมาย และความเป็นธรรม มากกว่าการตอบโต้กันทางการเมือง พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุยกันบนข้อมูลเดียวกัน
“หากมีข้อสงสัยหรือประเด็นใดที่ต้องการคำตอบ กระทรวงฯ พร้อมพูดคุยและชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมาธิการ ภาคประชาชน หรือผู้เกี่ยวข้องฝ่ายใด เพราะเป้าหมายสำคัญไม่ใช่การเอาชนะกันในประเด็นทับลาน แต่คือการหาทางออกที่ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นธรรมกับประชาชน และรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ได้”
The post “รองโฆษก ทส.“ แจงชัด ไม่ได้เลี่ยง กมธ. ติดภารกิจร่วม “นายกฯ” ส่งผู้แทนชี้แจงแทน พร้อมเปิดประตูคุยทุกฝ่าย ย้ำทับลานต้องแก้ด้วยข้อเท็จจริง–กฎหมาย–ความเป็นธรรม appeared first on .
ที่มา: ไทยโพสต์