บิ๊กเต่า ลุยขยายผลเครือข่าย นายกเฮง แกะรอยเส้นเงินโยงขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น

บิ๊กเต่า ลุยขยายผลเครือข่าย นายกเฮง แกะรอยเส้นเงินโยงขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น

บิ๊กเต่า ลุยขยายผลเครือข่าย นายกเฮง แกะรอยเส้นเงินโยงขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น เผย 3 อธิบดีส่อเอี่ยว ปธ.กมธ.พบแชทไลน์มัด พ.ต.ท. ดีเอสไอ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผบช.ก. ให้สัมภาษณ์กรณีนำกำลังควบคุมตัวนายประวิทย์ จารุรัชกุล หรือนายกเฮง อดีตนายก อบต. และอดีตผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนางนวพร ปรือปรัง เจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ต้องหาคดีทุจริตเรียกรับสินบน วิ่งเต้นสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น มาสอบปากคำ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นสอบสวน และได้รับการประกันตัวเมื่อคืนวันที่ 27 สิงหาคม ว่า นายประวิทย์ หรือ “นายกเฮง” และ นางนวพร ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี นายประวิทย์ ยังให้การภาคเสธ แต่ก็ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยข้อมูลบางส่วนเป็นประโยชน์ต่อการขยายผลเชื่อมโยงไปยังกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยพนักงานสอบสวนได้นัดหมายผู้ต้องหามาให้การเพิ่มเติมและนำหลักฐานมาชี้แจงอีกครั้งในวันที่ 8 กันยายนนี้

สำหรับแนวทางการสอบสวนพบว่ารูปแบบขบวนการนี้มีการทำงานที่เป็นระบบโดยมีแผนประทุษกรรมคล้ายกัน มีพฤติการณ์เปิดรับโควตาผู้ที่อยากรับราชการส่งขึ้นไปเป็นเส้นสาย ซึ่งพบว่ามีลักษณะเช่นนี้กระจายอยู่หลายจังหวัด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวยืนยันยันว่าการทำงาน ป.ป.ช. จะสามารถสาวไปถึงตัวการใหญ่ได้ เชื่อมั่นว่าคดีนี้จะสามารถขยายผลไปถึงผู้บริหารระดับได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังเตรียมขยายผลไปยังตัวละครใหม่ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มของ จ.ส.ต.พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต” อดีตผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์หนึ่งในผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่นที่เคยถูกดำเนินคดีเดือนกรกฎาคม 2569ไปแล้ว โดยไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพราะเป็นข้อมูลทางการสืบสวน สำหรับกลุ่มบุคคลที่ใช้เส้นสายจนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการไปแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่าใครเป็นใคร และอยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการให้ลาออกหรือสั่งให้ออกจากราชการ และยืนยันอีกว่าคดีนี้ไม่มีแรงกดดันหรือการแทรกแซงทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ตำรวจดำเนินการไปตามพยานหลักฐานอย่างตรงไปตรงมา

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า ขณะที่ ป.ป.ช.ได้แต่งตั้ง บก.ป.และบก.ปปป. เป็นผู้ช่วยพนักงานไต่สวนในคดีดังกล่าว ส่วนการจับกุมครั้งนี้เกิดจากผู้เสียหายในจังหวัดศรีสะเกษเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อนายประวิทย์หรือนายกเฮง โดย บก.ปปป. รับเรื่องไว้ดำเนินการ หากเข้าข่ายทุจริตก็จะส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. นำไปรวมกับสำนวนหลัก ทั้งนี้พบพฤติการณ์ว่านายประวิทย์ทำหน้าที่เป็นนายหน้าในการรับคนเข้าสอบ โดยมีนางนวพร ผู้ใกล้ชิดและลูกน้อง ทำหน้าที่ติดต่อและชักชวนผู้เข้าสอบ รวมถึงรวบรวมเงิน โดยมีผู้เสียหายในสายดังกล่าวเฉพาะรอบปีงบประมาณ 2568 แต่เรียกรับเงินในปี 2567 มีจำนวนมากกว่า 100 คน

เมื่อถามว่ามีบุคคลที่อยู่สูงกว่านายกเฮง หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า คดีนี้จะต้องดำเนินการต่อ และเมื่อแล้วเสร็จจะส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายในกรอบเวลาไม่เกิน 30 วัน เพื่อรวมกับสำนวนหลักของ ป.ป.ช. ซึ่งสามารถพิจารณากันบุคคลบางรายไว้เป็นพยาน เพื่อขยายผลไปถึงตัวการใหญ่ได้ โดยเชื่อว่าการดำเนินการจะสามารถไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังในระดับที่สูงกว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในวันนี้ โดยตำรวจมองพฤติการณ์ของผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเข้าข่ายทุจริตในลักษณะเป็นตัวกลางเรียกรับเงิน และนำเงินไปจ่ายให้เจ้าหน้าที่รัฐ ยืนยันการดำเนินคดีไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือดิสเครดิตพรรคการเมือง เนื่องจากผู้เสียหายเป็นผู้เข้าร้องทุกข์กับตำรวจเอง โดยบช.ก.ทำงานตามหลักตรงไปตรงมา ไม่ได้เลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือพรรคการเมืองใด

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านี้มีหลักฐานจากแชทไลน์ที่ผู้เสียหายทวงเงินคืนจากอดีต ส.ส.สอบตก ซึ่งเครือข่ายในจังหวัดศรีสะเกษพบว่ามี ผู้ใหญ่เฮง เป็นเบอร์หนึ่งในจังหวัด

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากเบอร์หนึ่งจะโยงไปที่ส่วนกลางใครนั้นยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในส่วนของจังหวัดขอนแก่นก็มีเครือข่ายลักษณะเดียวกัน แต่เป็นเครือข่ายอื่นที่ไม่ใช่ของ “ผู้ใหญ่เฮง” ส่วนในแชทไลน์ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่เชื่อมโยงกับ “ผู้ใหญ่เฮง” มีตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ระดับ C8-C9 หรือ ยศ พ.ต.ท.

ที่มา: มติชน