ก้าวสู่ยุคพลังงานใหม่ เปิดใจ ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานบริหาร Mazda Sales Thailand

ก้าวสู่ยุคพลังงานใหม่ เปิดใจ ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานบริหาร Mazda Sales Thailand

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานบริหาร Mazda Sales Thailand ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 กล่าวเปิดใจกับสื่อมวลชนและลูกค้าของ Mazda ว่า....

เป้าหมายที่ผมอยากพา Mazda ไปให้ถึง: เมื่อ “ทางเลือกจริง” สำคัญกว่า “กระแสระยะสั้น”ตั้งแต่ผมเข้ามารับหน้าที่ CEO ของ Mazda ประเทศไทย มีคำถามหนึ่งที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุยอยู่เสมอว่า“ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ทิศทางของ Mazda คืออะไร?”

รายงานจาก BloombergNEF และ McKinsey สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์สู่ปี 2030 อาจไม่ได้มีเส้นทางเดียว แต่ต้องคำนึงถึงทั้งโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งพลังงาน และพฤติกรรมของผู้ใช้ที่แตกต่างกันในแต่ละตลาดนี่จึงเป็นที่มาของ 4 เป้าหมายหลักที่ผมอยากขับเคลื่อนครับ

1. Multi-Solution ไม่มีเทคโนโลยีเดียวที่เหมาะกับทุกคนตลาดไทยและอาเซียนมีความหลากหลาย ทั้งรูปแบบการใช้งาน ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความต้องการของลูกค้า Mazda จึงเดินหน้าด้วย Multi-Solution Strategy นำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องยนต์ประสิทธิภาพสูง Hybrid, PHEV ไปจนถึง BEV เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานและไลฟ์สไตล์ของตัวเองเราไม่ต้องการให้ลูกค้าต้องปรับตัวตามเทคโนโลยี แต่ต้องการให้เทคโนโลยีเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ลูกค้า พร้อมเดินไปสู่ Carbon Neutrality อย่างสมเหตุสมผล ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและความคุ้มค่าของผู้บริโภค

2. จาก “Price War” สู่ TCO & Residual Valueตลอด 2–3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์เผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งไม่ได้กระทบเพียงยอดขาย แต่ยังส่งผลต่อมูลค่ารถมือสอง (Residual Value) และความเชื่อมั่นของลูกค้าสิ่งที่ Mazda ให้ความสำคัญคือ Total Cost of Ownership และประสบการณ์ตลอดการเป็นเจ้าของรถ ตั้งแต่คุณภาพ การบริการ ความพร้อมของอะไหล่ ไปจนถึงการรักษามูลค่าของรถในระยะยาวเพราะความไว้วางใจไม่ได้สร้างจากส่วนลดในวันที่ซื้อรถเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความคุ้มค่าและการดูแลที่ลูกค้าได้รับตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าของ Mazda

3. Digital Omotenashi ใช้ Data เพื่อเข้าใจและดูแลลูกค้าให้ดีขึ้นยุคของ Connected Car และ Digital ไม่ใช่แค่การมีหน้าจอขนาดใหญ่หรือลูกเล่นใหม่ ๆ ในรถสำหรับ Mazda คือการนำ Data และเทคโนโลยีดิจิทัลมาผสานกับแนวคิด Omotenashi เพื่อให้เราเข้าใจและดูแลลูกค้าแต่ละคนได้ดีขึ้น ตั้งแต่วันที่เริ่มสนใจรถ ทดลองขับ ซื้อรถ ไปจนถึงการบำรุงรักษาและบริการหลังการขายเป้าหมายคือทำให้ Customer Experience มีความต่อเนื่อง เป็นส่วนตัว และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าตลอดการใช้งาน

4. ต่อยอดบทบาทประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ที่แข็งแกร่งตลอดกว่า 75 ปี Mazda เติบโตและลงทุนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี AAT (AutoAlliance Thailand) เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของเรา ทั้งสำหรับตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังตลาดทั่วโลกที่ผ่านมา เราใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) เป็นสัดส่วนสำคัญ และสร้างปริมาณการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสนับสนุนทั้งผู้ผลิตชิ้นส่วน การจ้างงาน และ Supply Chain ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและเรายังคงเดินหน้าลงทุนต่อ เพื่อพัฒนาฐานการผลิตในประเทศไทยให้รองรับรถยนต์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมต่อยอด Local Supply Chain รวมถึงพัฒนาศักยภาพของวิศวกร ช่างเทคนิค และบุคลากรไทย ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพื่อให้พร้อมกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม

ผมเชื่อว่า ไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจำเป็นต้องผลิตในประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือ เราต้องช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยต่อยอดจากจุดแข็งที่เรามีอยู่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับเทคโนโลยีใหม่ และเพิ่มปริมาณการผลิตในประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืนสำหรับผม การนำพาแบรนด์ในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การตอบว่าจะขายรถได้กี่คันในไตรมาสนี้ แต่คือการตอบให้ได้ว่า เราจะสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่มั่นคง สร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตไปด้วยกันได้อย่างไรนี่คือทิศทางที่ผมและทีม Mazda ตั้งใจจะเดินไปด้วยกันครับ.

อาคม รวมสุวรรณE-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

ที่มา: ไทยรัฐ