2 รมช.มหาดไทย บุกผับจีนห้วยขวาง เคยถูกจับยังเปิดซ้ำ เจอยา-ต่างด้าว ลั่นไม่มีเคลียร์

2 รมช.มหาดไทย บุกผับจีนห้วยขวาง เคยถูกจับยังเปิดซ้ำ เจอยา-ต่างด้าว ลั่นไม่มีเคลียร์

DOPA S.W.A.T. เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ” บุก 577CLUB ย่านห้วยขวาง พบไร้ใบอนุญาต เคยถูกจับเมื่อปี 2568 แต่ยังเปิดบริการ ตรวจเจอยาเสพติด-ต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน “พลพีร์” เชื่อโยงนอมินีธุรกิจจีน พร้อมตรวจสอบคำกล่าวอ้างมีตำรวจช่วยเคลียร์ ประกาศยังมีอีกหลายเป้าหมาย

29 สิงหาคม 2569 เวลา 01.30 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำกำลังชุดเฉพาะกิจจัดระเบียบสังคม โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ “สิงห์ปราบ มังกรทมิฬ” เข้าตรวจค้น 577CLUB ซอยประชาอุทิศ 11 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ

การเข้าตรวจค้นมีขึ้นหลังสืบทราบว่าสถานที่ดังกล่าวเปิดให้บริการจนถึงช่วงเช้ามืด และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลไม่พบใบอนุญาตสถานบริการ โดยมี นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ นายเรืองลักษณ์ เรืองยังมี ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการกองอาสารักษาดินแดน นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง พร้อมพนักงานฝ่ายปกครอง สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติการ

ต่อมาเวลาประมาณ 02.20 น. พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังสถานที่ดังกล่าว

นายพลพีร์ กล่าวว่า ตนพร้อมนายวรศิษฎ์ ซึ่งกำกับดูแลกรุงเทพมหานคร นำชุดปฏิบัติการจัดระเบียบสังคมลงพื้นที่เพื่อให้เห็นกับตาว่าเรื่องที่ได้รับร้องเรียนมีข้อเท็จจริงอย่างไร โดยเฉพาะปัญหาสถานบันเทิงไม่มีใบอนุญาต เพราะหากเกิดอุบัติเหตุหรืออัคคีภัยขึ้น ย่อมสร้างความเสียหายและกระทบต่อชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร

นายพลพีร์ ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับเรื่องร้องเรียนว่าสถานบันเทิงแห่งนี้เคยถูกจับกุมเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 แต่ยังคงเปิดให้บริการ จึงมอบหมายกรมการปกครองส่งสายลับ DOPA S.W.A.T. เข้าสืบสวนระยะหนึ่ง รวมถึงตรวจสอบเรื่องการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

จากการตรวจสอบพบว่า นักเที่ยวภายในร้านประมาณ 70% เป็นชาวจีน ระบบชำระเงินที่แคชเชียร์นำมาให้ตรวจสอบสามารถใช้ WeChat และ Alipay รวมถึงมีพนักงานที่เรียกว่า MC เป็นชาวจีน ทำหน้าที่เอนเตอร์เทนและแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้ลูกค้า เช่น เรื่องภาษา แก้วแตก หรือปัญหาภายในร้าน นอกจากนี้ยังพบคนต่างด้าวทำงานอยู่จำนวนหนึ่งโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

นายพลพีร์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมการปกครองตรวจสอบข้อกฎหมาย โดยเฉพาะหากเข้าข่ายตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ก็จะดำเนินการส่งคนต่างด้าวเหล่านั้นกลับประเทศทันที

นายพลพีร์ ระบุด้วยว่า ขณะนี้มีเหตุให้เชื่อว่ามีการใช้นอมินี เนื่องจากผู้ดูแลร้านและลูกค้าชาวจีนเป็นคนจีน ขณะที่ระบบการชำระเงินต่าง ๆ ก็เป็นแอปพลิเคชันของจีน จึงเชื่อว่าแม้จะมีชื่อคนไทยเป็นผู้บริหาร แต่ธุรกิจดังกล่าวอาจไม่ใช่ธุรกิจของคนไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบต่อไป

นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงข้อสงสัยอีกประเด็นหนึ่งว่า ผู้ที่แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านชื่อ “ชาติ” กล่าวอ้างว่ามี “หุ้นลม” คนหนึ่งชื่อ “โจ้ ดศ.” และอ้างว่าเป็นตำรวจ โดยตนไม่ทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร แต่ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง ได้เดินทางมาถึงและรับทราบเรื่องแล้ว จึงขอให้ตรวจสอบว่า “โจ้ ดศ.” คือใคร

ทั้งนี้ ผู้ที่แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านยังกล่าวอ้างว่า บุคคลดังกล่าวจะเป็นผู้ “เคลียร์” ให้ และอาจเกี่ยวข้องกับการที่ร้านสามารถกลับมาเปิดได้ หลังเคยถูกจับกุมเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งนายพลพีร์ระบุว่า เรื่องดังกล่าวต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายพลพีร์ กล่าวว่า สถานที่แห่งนี้ไม่มีใบอนุญาตสถานบริการอย่างแน่นอน และยังต้องตรวจสอบเรื่องการอนุญาตก่อสร้าง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบยาเสพติดในห้องน้ำและบนโต๊ะ รวมถึงตรวจปัสสาวะนักเที่ยวพบสารเสพติด และพบบุหรี่ไฟฟ้าภายในสถานที่

“สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ถูกปิดไปแล้วแล้วยังมาเปิดอยู่ อันนี้รับไม่ได้ ก็ต้องไปดูว่าเพราะเหตุใด”

นายพลพีร์ กล่าวว่า กรมการปกครองมีอำนาจสั่งปิดสถานที่เป็นเวลา 5 ปีได้โดยไม่ต้องรอกรุงเทพมหานคร พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การจับกุมครั้งก่อนเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 เจ้าหน้าที่ได้ทำเรื่องเสนอกรุงเทพมหานครให้สั่งปิดแล้ว แต่ตนไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหรือไม่ เพราะผ่านมา 1 ปี สถานที่ดังกล่าวยังเปิดดำเนินการอยู่

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า จากนี้ “ท้องที่และท้องถิ่นต้องตื่นตัว” เนื่องจากนี่เป็นภารกิจครั้งที่ 2 ที่กระทรวงมหาดไทยต้องลงมาดำเนินการเอง ขณะที่จุดยืนของรัฐบาลชัดเจนว่า ผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจสีเทา เอาเปรียบคนไทย และรายได้ไม่เข้าสู่ประเทศไทยจะต้องถูกจัดการ

“ถ้าท่านไม่ทำ ผมก็จะทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และขอเตือนเจ้าหน้าที่เลยว่า อะไรที่ผิดก็คือผิด อะไรที่มันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ มันต้องขจัดออกไปให้หมด เราปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ไม่ได้ จริง ๆ แล้วที่นี่ไม่ใช่ที่เดียว มีอีกหลายที่ที่ตอนนี้เราสืบอยู่ และเรามีเป้าหมายแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าให้ตนต้องไปทุกที่เลย ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อชาติ ขอให้ทำไปเถอะ” นายพลพีร์ กล่าว

นายพลพีร์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันบทลงโทษทางอาญาและทางแพ่งบางส่วนยังเบา โดยเฉพาะกรณีผู้ประกอบการต่างชาติและการใช้นอมินี ซึ่งหากเข้าเงื่อนไขก็สามารถดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ. 2569 ได้

ขณะเดียวกันได้หารือกับนายวรศิษฎ์ถึงการยกร่างกฎหมายหรือปรับบทลงโทษให้สูงขึ้น โดยยกตัวอย่างกรณีโรงแรมที่ถูกจับแล้วยังเปิดดำเนินการ ซึ่งปัจจุบันมีค่าปรับเพียง 20,000 บาทต่อวัน โดยตั้งเป้าว่าควรเพิ่มเป็นวันละ 500,000 บาท นอกจากนี้ยังสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายหลายส่วน ทั้งกฎหมายอาคาร สถานประกอบการ แรงงานต่างด้าว และยาเสพติด

“พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านไม่ต้องกังวล ไม่มีเรื่องเคลียร์ และท่านนายกรัฐมนตรีชัดเจนอยู่แล้วว่าเรา ‘ปิดชื่อดูพฤติกรรม’ ผมไม่สนใจเลยว่าคุณคือใคร ผมไม่สนใจว่าคุณรู้จักใคร แต่วันนี้หน้าที่ของผมคือการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องแผ่นดิน ปกป้องคนไทย และธุรกิจที่ทำถูกต้องตามกฎหมาย ผมก็จะดำเนินการตามนั้น” นายพลพีร์ กล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องตามพฤติการณ์แห่งคดีในหลายข้อกล่าวหาและมาตรการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินมาตรการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 รวมถึงดำเนินการกรณีคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ และผู้รับคนต่างด้าวเข้าทำงานหรือให้ทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ส่วนผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในร่างกายและยาเสพติดที่พบภายในสถานประกอบการ เจ้าหน้าที่ได้แยกดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติดและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลหาที่มาของยาเสพติด ผู้จำหน่าย และผู้เกี่ยวข้องต่อไป.

The post 2 รมช.มหาดไทย บุกผับจีนห้วยขวาง เคยถูกจับยังเปิดซ้ำ เจอยา-ต่างด้าว ลั่นไม่มีเคลียร์ appeared first on .

ที่มา: ไทยโพสต์