‘แป้ง อรจิรา’ พบจิตแพทย์หลังไลฟ์น้ำตาแตก สู้ภาวะวิตกกังวล ปฏิเสธการกินยาขอฟื้นฟูด้วยตัวเอง!

‘แป้ง อรจิรา’ พบจิตแพทย์หลังไลฟ์น้ำตาแตก สู้ภาวะวิตกกังวล ปฏิเสธการกินยาขอฟื้นฟูด้วยตัวเอง!

ทำเอาแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเป็นห่วงกันยกใหญ่ หลังจากที่นักแสดงสาวมากฝีมือที่ตอนนี้ผันตัวมาทำหน้าที่โปรดิวเซอร์ซีรีส์เรื่อง “วารี ๑๐ ๐ศพ” อย่าง “แป้ง-อรจิรา แหลมวิไล” ได้ออกมาไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนๆ แล้วเกิดหลั่งน้ำตาระบายความเหนื่อยล้าออกมา

ล่าสุด ในงานเปิดตัวซีรีส์ สาวแป้งก็ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ในวันนั้นแบบหมดเปลือก ยอมรับว่าเป็นภาวะของสาววัยกลางคนและบทบาทแม่ที่ต้องแบกรับหลายอย่าง จนเกิดอาการเบิร์นเอาต์และเครียดสะสม พร้อมเผยว่าได้เดินทางไปพบทั้งจิตแพทย์และนักจิตบำบัดเพื่อหาคำตอบให้ตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

วันนั้นเกิดอะไรขึ้น ที่ร้องไห้กลางไลฟ์?

แป้ง: “จริงๆ แล้วมันน่าจะเป็นภาวะหนึ่งของคุณแม่เนาะ แล้วก็สาววัยกลางคนที่เริ่มน่าจะแบบ… ตัวเองก็ไปหาจิตแพทย์นะหลังจากนั้น รู้สึกว่า ‘เอ๊ะ ฉันเป็นอะไร ทำไมฉันรู้สึกหมดไฟ รู้สึกเบิร์นout รู้สึกเหนื่อยรู้สึกแบบเจออะไรก็ฟายไปหมด แบบบอบบาง‘ ก็ไปเจอทั้งจิตแพทย์ ทั้งนักจิตบำบัด อยากรู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร ก็ไปค้นตัวเอง ขุดว่ามีปัญหาอะไรข้างในจิตใจหรือเปล่า หมอบอกไม่ได้เป็นโรคอะไรนะคะ แต่ว่าอาจจะมีภาวะวิตกกังวล อาจจะเหนื่อย แล้วตอนนั้นลูกปิดเทอม ทำหลายๆ หน้าที่เนาะ อย่างที่เคยเล่าว่าสามีก็คือมีลูกอยู่แล้ว เราก็ต้องทำหลายๆ หน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นภรรยาด้วยใดๆ“

การไปหาหมอมันดีขึ้นไหม

แป้ง: “ดีขึ้นค่ะ จริงๆ เหมือนเราไม่ค่อยได้เข้ามาสนใจตัวเองจริงๆแป้งเป็นคนเหมือนข้างนอกสตรองเนาะ แต่บางทีลึกๆ เราไม่ได้สตรอง พอไปหาจิตแพทย์หรือนักจิตบำบัด เขาก็ทำให้เราเห็นบอกว่า‘เราไม่ต้องสตรองตลอดก็ได้‘ เพราะยิ่งเราสตรอง เวลาเราเจออะไรนิดนึง มันเบรคดาวน์ แบบมันล้มไปเลย วันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะร้องไห้นะคะ ก็เหมือนไลฟ์พูดคุยปกติ แล้วน่าจะมีใครมาถามจี้อะไรสักอย่างแต่มันพรั่งพรูไปแล้วก็พรั่งพรูไปเลย หยุดไม่ได้ แล้วหลังจากนั้นจากที่เราเคยปิดว่าเราแข็งแรง มันก็เหมือนพร้อมจะร้องไห้ตลอดเวลา ออกกำลังกายเสร็จเจอลมอ่อนไหวอีก เราก็เลยตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ เพราะเรารู้สึกว่านี่มันเริ่มไม่ปกติแล้ว

หมอแนะนำหรือวิเคราะห์ว่ามีภาวะเหมือนวิตกกังวล แต่ไม่ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรค อาจจะเจอภาวะที่เครียดหลายๆ สิ่งสะสม แล้วเราเป็นคนไม่ค่อยปล่อยวาง หลังจากไปเจอนักจิตบำบัด ก็ทำให้รู้ว่าจริงๆ เราแอบมีความ Perfectionist หน่อย ว่าอยากจะคอนโทรลทุกสิ่งทุกอย่างให้มันได้ พอทำไม่ได้มันก็เลยรู้สึก ตอนนี้ดีขึ้นเพราะเหมือนเราเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่านี่ฉันเป็นอะไร“

สามีตกใจไหม ช่วงนั้นเขาฮีลเรายังไง?

แป้ง: “อย่ามายุ่งกับฉัน แบบแค่อย่าโดนตัว อย่าแตะ อย่าคุย อย่าพูดอะไรที่สวนทาง แค่นิดเดียวก็คือรับไม่ได้เลย ตอนนั้นนางก็ให้ space ปกตินางก็จะบอกทำไมไม่ทำอย่างงี้ ตอนนั้นนางก็ปล่อยเลย เราก็บอกว่าขอไปเมืองนอก ไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเองประมาณ 4-5 วัน แบบไม่มีลูก ไม่มีสามี พอไปใช้ชีวิตแล้วดีขึ้น เหมือนเราได้ไปเป็นตัวเอง บางทีพอเป็นแม่ เป็นภรรยา เราลืมความสุขของตัวเองจริงๆ ว่าความสุขของเราคืออะไร

มีคำพูดเพื่อนที่พูดว่า ‘ยูจะวอรี่ไปทำไม วอรี่ไปแล้วยูทำอะไรได้หรอ เดี๋ยววันหนึ่งมันจะเกิดอะไรขึ้นก็คอนโทรลอะไรไม่ได้อยู่ดี‘ ก็เลยปล่อยเลย พอคิดอย่างงั้นได้มันก็รู้สึกดีขึ้นจริงๆ คุณหมอให้ยานะคะ บอกว่าจะทำให้เราชิลขึ้น แต่เราไม่ได้ทานนะคะ รู้สึกว่าฉันจะต้องหายได้ด้วยตัวเองไปหาจิตแพทย์มา 2 คนเลยค่ะ ให้กินยาทั้ง 2 คน แล้วเราก็ไม่กินเลย

ใช้วิธีบำบัดตัวเองโดยการไปกดจุดบำบัดด้วยค่ะ เอาทุกศาสตร์จริงๆ ซึ่งกลับมาหลับได้ หลับดี ตื่นขึ้นมารู้สึกดีโดยที่ไม่ต้องพึ่งยา พอดีจะแข่งไฮร็อกด้วยเนาะ กลัวกินยาแล้วไม่มีแรงออกกำลังกาย ก็เลยไม่ได้ทาน แล้วก็ดีขึ้น ไปพบจิตแพทย์รอบที่ 2 คุณหมอบอกถ้าไม่ไหวก็ให้กินนะ เพราะเรายังไม่ได้มีภาวะที่จะเป็น depression แค่มีภาวะเครียดคล้ายๆ ชั่ววูบ การคุยกับครอบครัวร่วมด้วยช่วยกันค่ะ อยากจะแนะนำทุกคน ถ้ามีปัญหาอย่างงี้ภายในบ้าน คุยกันเองไม่รู้เรื่อง อาจต้องหาเซิร์ดพาตี้ คนกลางหรือคนที่มาช่วยเราฟัง ซึ่งช่วยได้เยอะมาก

คุณสามีไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดประเด็นที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้เพราะเขาไม่เข้าใจเรา แล้วเราก็รู้สึกทำไมไม่มีใครเข้าใจฉันเลย พอมาเจอจิตแพทย์ เขาก็ขุดขึ้นมาพูดให้ฟังว่ามันเป็นอย่างงี้นะ ตอนนี้ก็ยังนัดหาเรื่อยๆ คิดว่าตัวเองก็ต้องบำบัดตัวเองนี่แหละ“

เหตุผลที่ไปหาจิตแพทย์ และตอนแรกที่อยากกินยา เพราะไม่อยากให้อารมณ์เรามีผลต่อลูก แต่พอหลังๆ คิดว่าถ้ากินยามันอาจยาว ก็เลยพยายามบำบัดด้วยตัวเองก่อน วันไหนถ้าเครียดค่อยพึ่งยาอยากให้เป็นทางออกสุดท้าย หลังจากหาหมอแล้วเปลี่ยนไปแบบไม่ Perfection ขนาดนั้น พยายามปล่อยวาง จากเมื่อก่อนต้องเป็นแบบนี้เท่านั้นตอนนี้กลายเป็นช่างมัน ลองเป็นน้ำบ้าง“

กลับไปเป็นแป้งสมัยก่อนไหม?

แป้ง: “ไม่ได้ เพราะตอนแป้งสมัยก่อนแป้งไม่มีลูกต้องรับผิดชอบ ตอนนี้พอลูกต้องรับผิดชอบ เรารักลูกมากกว่าตัวเราเนาะ แป้งสมัยก่อนคือไม่เป็นไร อะไรก็ได้ แต่พอมีลูกแล้วมันไม่ได้ เรารักเขามากกว่ารักตัวเอง อยากให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา บางทีก็รู้สึกว่ารักลูกเกินไป อยากจะรักเขาน้อยลงหน่อย แต่ทำไม่ได้

ย้อนดูคลิปตัวเองวันนั้นเห็นแล้วก็แบบทำไมหน้าบวมขนาดนั้น (ยิ้ม) คือตอนนั้นมันไม่ไหวแล้ว นึกไม่ออก ไม่ทันคิดว่าคนเอาไปลง เพราะอยู่กันปกติในไลฟ์กับคนที่ดูประจำ ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่พอมันพรั่งพรู มันก็ไม่ทันแล้ว ตอนนี้ดีขึ้น“ตอนนี้ 80-85% ค่ะ

แนะนำคนที่เจอภาวะแบบนี้อย่ามัวแต่ตกใจเนาะ บางคนอาจคิดว่าการไปหาจิตแพทย์จะต้องเป็นโรคจิตแต่จริงๆ ไม่ใช่ เราต้องหมั่นสังเกตตัวเองดูก่อนว่าเราปกติหรือเปล่า ช่วงนั้นแป้งรู้สึกว่าตัวเองไม่ปกติแป้งก็พูดกับทุกคนว่าจะไปหาจิตแพทย์ เพราะต้องการความช่วยเหลือ ในโลกที่เครียดทุกวันนี้ แป้งว่ามันเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีค่ะ“

ที่มา: เดลินิวส์