กกต. ชี้หากศาลฎีกาฯ รับฟ้องคดีฮั้ว 26 สว.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

กกต. ชี้หากศาลฎีกาฯ รับฟ้องคดีฮั้ว 26 สว.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

กกต. ชี้หากศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งรับฟ้องคดีฮั้ว 26 สว.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 14 ก.ย.2569 นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ว่าที่ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมแถลงผลการพิจารณาสำนวนคดีทุจริตเลือกสว.ว่า ผลการลงมติของ กกต. ในคดีโกงเลือก สว. ทั้ง 7 ข้อหาของผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ดังนี้

ข้อกล่าวหาที่ 1 ความผิดตาม พ.ร.ป. สวฯ มาตรา 77 วรรคหนึ่ง ฐานพรรคช่วยเหลือให้ได้รับเลือก
– กรรมการบริหารพรรค สส. หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งหมด 20 คน กกต. มีมติศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน
– บุคคลอื่น 1 คน มีมติศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน

ข้อกล่าวหาที่ 2 ความผิดตาม พ.ร.ป. สวฯ มาตรา 77 วรรคสอง ฐานยินยอมให้พรรคช่วยเหลือ
– สว ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 137 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน
– สว. สำรองที่อยู่ในรายชื่อ 1 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน
– ผู้มีสิทธิ์เลือก สว. จำนวน 2 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน

ข้อกล่าวหาที่ 3 ความผิดตาม พ.ร.ป. ฐานแนะนำตัวผิดระเบียบฯ
– สว ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 137 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 26 คน
– สว. สำรองที่อยู่ในรายชื่อ 1 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน
– ผู้มีสิทธิ์เลือก สว. จำนวน 2 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 1 คน
– กรรมการบริหารพรรค สส. หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งหมด 20 คน กกต. มีมติศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน
– บุคคลอื่น 15 คน กรรมการบริหารพรรค สส. หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผทั้งหมด 20 คน กกต. มีมติศาลฎีกาทั้งหมด 9 คน

ข้อกล่าวหาที่ 4-7 ความผิดตาม พ.ร.ป. สวฯ มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (1) ฐานเสนอให้ผลประโยชน์, มาตรา 77 วรรคหนึ่ง (3) ฐานจัดเลี้ยง, มาตรา 79 ฐาน เรียกรับผลประโยชน์เพื่อลงสมัคร และ มาตรา 81 ฐานเรียกรับผลประโยชน์เพื่อลงคะแนน

– สว ที่ดำรงตำแหน่งขณะถูกร้อง 137 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 26 คน
– สว. สำรองที่อยู่ในรายชื่อ 1 คน กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน
– ผู้มีสิทธิ์เลือก สว. กกต. มีมติส่งศาลฎีกาทั้งหมด 36 คน
สส. หรือ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กกต. มีมติศาลฎีกาทั้งหมด 0 คน
– บุคคลอื่น กกต. มีมติศาลฎีกาทั้งหมด 15 คน

นายณรงค์ กล่าวว่า หลังมีมติ กกต.จะต้องจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนและยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งภายใน 60 วัน โดย สว. ที่ถูกดำเนินคดียังไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีจากมติของ กกต.

เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา สว.ที่ถูกร้องจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และหากศาลพิพากษาว่ามีการกระทำความผิด สมาชิกภาพของ สว. รายดังกล่าวจะสิ้นสุดลงนับจากวันที่หยุดปฏิบัติหน้าที่

กรณีคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลมีผลให้ตำแหตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลง ให้ดำเนินการตามมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ดังนี้

ในกรณีที่ดำแหน่ง สว. กลุ่มใดมีไม่ครบจำนวน ไม่ว่าเพราะเหตุดำแหน่งว่างลง หรือด้วยเหตุอื่นใดอันมิใช่เพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุของวุฒิสภาให้ประธานวุฒิสภาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเลื่อนบุคคลในบัญชีสำรองของกลุ่มนั้นขึ้นดำรงตำแหน่ง สว. แทนตามลำดับ และให้ผู้นั้นอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าอายุของวุฒิสภาทีเหลืออยู่ ในระหว่างที่บุคคลดังกล่าวยังมิได้เข้ารับตำแหน่ง ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่

ที่มา: ข่าวสด