ลูกศิษย์หลวงพ่อหวล รวมตัวที่วัดพุทไธศวรรย์ สาดน้ำ “ล้างสิ่งอัปมงคล” ทวงคืนพื้นที่อดีตเจ้าอาวาส

ลูกศิษย์หลวงพ่อหวล รวมตัวที่วัดพุทไธศวรรย์ สาดน้ำ “ล้างสิ่งอัปมงคล” ทวงคืนพื้นที่อดีตเจ้าอาวาส

ลูกศิษย์หลวงพ่อหวล รวมตัวที่วัดพุทไธศวรรย์ สาดน้ำ “ล้างสิ่งอัปมงคล” หลังเรื่องฉาว “สมีโชติ” ลั่นทวง “ศักดิ์และสิทธิ์” ที่อดีตเจ้าอาวาสสร้างไว้ให้กลับคืนมา ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบกุฏิ

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 ก.ย.69 ที่วัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ยังคงมีนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศเดินทางเข้ามาเที่ยวชมและถ่ายภาพบริเวณกุฏิสมีโชติอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความสนใจของประชาชนที่ติดตามความเคลื่อนไหวภายในวัด

ต่อมา ป้าอยุธยา พร้อมด้วย เล็ก บาร์โค๊ด ลูกศิษย์ของหลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ และคณะลูกศิษย์เก่ากว่า 10 คน ได้รวมตัวกันบริเวณกุฏิหลวงพ่อหวล ซึ่งลูกศิษย์ระบุว่าเป็นพื้นที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส ก่อนเดินถือป้ายข้อความ “ขอทวงคืนวัดพุทไธ คืนแด่พระพุทไธสวรรย์วรคุณ หลวงปู่หวล” มายังบริเวณกุฏิ สมีโชติ

[img:0]

จากนั้นกลุ่มลูกศิษย์ได้นำถังน้ำมาสาดบริเวณโดยรอบกุฏิ พร้อมระบุว่าเป็นการ “ล้างซวย ล้างสิ่งไม่ดี และสิ่งอัปมงคล” โดยมองว่าต้องการทวงคืนพื้นที่และบรรยากาศของวัดให้กลับมาเป็นสถานที่ที่ลูกศิษย์หลวงพ่อหวลเคยเข้ามากราบไหว้และทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

ป้าอยุธยา กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการทวงคืนวัดให้หลวงปู่หวล พร้อมเรียกร้องให้สิ่งที่ตนมองว่าเป็นปัญหาภายในวัดหมดไป โดยระบุว่า พระควรเข้ามาสร้างคุณงามความดีให้กับพระพุทธศาสนา ไม่ควรมีลักษณะของการแบ่งฝ่ายหรือสร้างความขัดแย้ง พร้อมกล่าวถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ และเห็นว่าการนำสิ่งที่ไม่ดีออกจากพื้นที่เป็นเรื่องที่ควรดำเนินการ

[img:1]

ด้าน เล็ก บาร์โค๊ด ลูกศิษย์หลวงพ่อหวล กล่าวว่า ในอดีตพื้นที่วัดพุทไธศวรรย์เคยมีสภาพเป็นป่ารกร้าง แต่เป็นโบราณสถานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ก่อนที่หลวงพ่อหวลจะเข้ามาพัฒนาและบูรณะวัดอย่างต่อเนื่อง โดยลูกศิษย์และชาวบ้านมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนา รวมถึงการพัฒนาพื้นที่และสิ่งสาธารณประโยชน์ต่างๆ

เล็ก บาร์โค๊ด กล่าวอีกว่า ปัจจุบันลูกศิษย์จำนวนหนึ่งรู้สึกว่าพื้นที่และสิ่งที่หลวงพ่อหวลเคยสร้างไว้ถูกบดบัง จนกุฏิเก่าของหลวงพ่อหวลแทบไม่มีคนรู้จัก จึงต้องการให้มีการทบทวนและนำสิ่งที่ดีงามที่หลวงพ่อหวลเคยทำไว้กลับมาสานต่อ พร้อมย้ำว่าต้องการทวงคืน “ศักดิ์และสิทธิ์” ในสิ่งที่หลวงพ่อหวลเคยสร้างไว้ให้กลับคืนมา

ขณะที่เวลา 15.00 น. พระพิพัฒนศาสนกิจวิธาน เจ้าอาวาสวัดท่าการ้อง และรองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งทำหน้าที่รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พร้อมคณะสงฆ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ตำรวจในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้เข้าประชุมหารือภายในพระอุโบสถ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ภายหลังการประชุม เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้เดินทางมายังกุฏิสมีโชติ และประสานไวยาวัจกรให้นำกุญแจมาเปิดประตู ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบภายในกุฏิ เบื้องต้นเป็นการตรวจสอบความเรียบร้อยของพื้นที่และสำรวจสิ่งปลูกสร้างที่มีการต่อเติมหรือบดบังพื้นที่เดิม

สำหรับแนวทางหลังจากนี้ เจ้าหน้าที่จะร่วมกันสำรวจพื้นที่และโบราณสถานโดยรอบ รวมถึงพิจารณารื้อถอนหรือปรับพื้นที่ในส่วนที่มีการต่อเติมใหม่หรือบดบังทัศนียภาพ เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมและรักษาคุณค่าความงดงามของโบราณสถานวัดพุทไธศวรรย์ต่อไป

ที่มา: ข่าวสด