“จุลพันธ์” แจงไม่ต้องกังขา พรรคเพื่อไทยทำตามหน้าที่เต็มที่ บอกไม่ได้ห้าม แต่ขออย่าตั้งสมมติฐานดึงพรรคกล้าธรรมร่วม มอง ดราม่า “ภูมิธรรม-วิโรจน์” ไม่กระทบการทำงาน
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 15 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงเสถียรภาพรัฐบาลหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ส่งฟ้องกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคภูมิใจไทย ในคดีฮั้ว สว. ว่า เสถียรภาพของรัฐบาลมั่นคงขึ้นแน่นอน เพราะอย่างน้อยก็มีคำวินิจฉัยมาระดับหนึ่ง เรื่องนี้ตอนที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลก็ขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ วันนี้องค์กรอิสระที่จะดำเนินการมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว คนเห็นต่าง ก็คงมีช่องทางทางกฎหมายที่จะดำเนินการต่อได้ตามรัฐธรรมนูญ ใครมีบทบาทหน้าที่อย่างไรก็ว่าตามนั้น
ทางด้านคำถามว่า พรรคเพื่อไทยขับเคลื่อนเรื่องนี้มาแต่แรกติดใจในคำวินิจฉัยของ กกต. หรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นคำวินิจฉัยของ กกต. เห็นเพียงตามหน้าข่าวที่สื่อเสนอ เมื่อถามต่อไปว่าหลายฝ่ายอาจจะกังขาบทบาทของพรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ ระบุว่า ไม่มีอะไรน่ากังขา พรรคเพื่อไทยยึดผลประโยชน์ของประชาชน วันที่เรามีหน้าที่รับผิดชอบ เราก็ทำอย่างเต็มที่ อำนาจหน้าที่เราไม่ได้อยู่จุดนั้น ก็ต้องให้อิสระและให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยในส่วนที่รับผิดชอบก็ทำอย่างเต็มที่ ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านยังยืนยันจะนำเรื่องฮั้ว สว. ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีความกังวลใจหรือไม่ นายจุลพันธ์ ตอบว่า ไม่กังวล ฝ่ายค้านยังเหลือสิทธิอภิปรายทั้งตามมาตรา 151 และมาตรา 152 ในสมัยประชุมนี้ หากจะยื่นมาก็พร้อมตอบ
ผู้สื่อข่าวถามต่อ พรรคเพื่อไทยมีเงื่อนไขหรือไม่หากนายกรัฐมนตรี จะดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล นายจุลพันธ์ เผยว่า สำหรับพรรคเพื่อไทยไม่มีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่ได้พูดคุยกันไปแล้วก็จบในวันนั้นและมั่นใจในกรอบที่ได้พูดคุยกันไว้ เราจะทำงานภายใต้อำนาจหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ในส่วนอื่นขึ้นอยู่กับพรรคภูมิใจไทยซึ่งมีสิทธิที่จะพิจารณาหรือตัดสินใจ เราไม่ได้ห้ามกัน อย่างไรก็ตามในเรื่องของกระบวนการตนเชื่อว่าให้เวลาตัดสิน อย่าเพิ่งไปด่วนสรุปหรือตั้งสมมติฐาน
[img:0]
ขณะที่คำถามว่าหากพรรคกล้าธรรมมาจริง จะสั่นคลอนพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะตอนนี้เสียงรัฐบาลก็แน่นอยู่แล้ว นายจุลพันธ์ ถามกลับว่า “ไม่ดีหรือครับ ยิ่งเยอะ” ก่อนบอกต่อไปว่า ตนไม่ทราบ ไม่ได้มีประเด็นอะไร ในประเด็นคำถามว่า เรื่องที่พยานไปให้การพาดพิงถึงพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะต้องมีการเคลียร์ใจกันหรือไม่ นายจุลพันธ์ กล่าวตอบว่า ไม่ต้องเคลียร์ใจ ไม่มีประเด็นอะไรค้างคากัน และคนที่มาให้การเข้าใจว่าไม่ใช่คนของพรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำ เป็นเรื่องที่แต่ละฝ่ายวิเคราะห์กันไป แต่เรื่องภายในรัฐบาลระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยไม่มีอะไรต้องพูดคุยกันในประเด็นนี้
ส่วนกรณีการตอบโต้ระหว่าง นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เกี่ยวกับเรื่องฮั้ว สว. และเขากระโดง นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ในส่วนของสภาฯ และพรรค ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม ตนกับ สส.พรรคประชาชน ยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ยังพูดคุยกันอยู่ในการทำงาน เรื่องของนายภูมิธรรม และนายวิโรจน์ ถือว่าเป็นวงนอกไปหนึ่งวงแล้ว เขาอาจไม่ได้พบกันและไปสื่อสารในหน้าสื่อออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ทั้งสองคนถือเป็นประชาชนสามารถมีสิทธิมีเสียงมีอำนาจในการพูดในสิ่งที่คิด และพิจารณาได้เต็มที่อยู่แล้ว ไม่ได้ห้ามใคร ส่วนการร่วมงานกันในอนาคตมันไม่มีอะไรยากในการเมือง สุดท้ายเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หากสุดท้ายแล้วสมการหรือกลไกเป็นอย่างไร ก็ต้องเดินไปอย่างนั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงจุดยืนพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ตอนนี้ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเราขับเคลื่อนเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่หลังการปฏิวัติรัฐประหารเป็นต้นมา เรามีการนำเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญในรายประเด็นและหลายครั้ง เราขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ต้องยอมรับว่าองคาพยพของกลไกในการแก้รัฐธรรมนูญ ว่ามีใครบ้าง แม้แต่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 2 ใน 3 ก็ยังอยู่ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องหาจุดร่วม
ที่มา: ไทยรัฐ