บทบรรณาธิการ – อื้อฉาวยิ่งกว่า

บทบรรณาธิการ – อื้อฉาวยิ่งกว่า

คดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดที่ 13 เมื่อปี 2567 นับเป็นคดีทางการเมืองที่อื้อฉาวครั้งใหญ่ แต่พอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงมติส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาไปยังศาลฎีกา หรือไม่ กลับยิ่งอื้อฉาวกว่า

โดยมีมติฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 77 คน ในจำนวนนี้ เป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งขณะที่ถูกร้อง จำนวนแค่ 26 คน จาก สว.ที่ถูกกล่าวหา 138 คน ส่วนที่เหลือเป็นบุคคลอื่น

ที่สำคัญ บุคคลที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น ไม่มีใครถูกส่งฟ้องเลย

แม้ประธาน กกต. จะพยายามอธิบายอ้างเหตุผล แต่ดูเหมือนคนจำนวนมากมองว่าฟังไม่ขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิทางการเมืองร้อนระอุมากยิ่งขึ้น

ผลการลงมติของ กกต. นอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบอย่างกว้างขวาง ทั้งจากผู้ฟ้องร้องคดี ผู้เสียประโยชน์จากการเลือก สว.พรรคฝ่ายค้าน นักวิชาการ และภาคประชาชน

โดยพรรคประชาชนแถลงสรุปเห็นว่า การใช้ดุลพินิจของ กกต. เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักกฎหมาย และมาตรฐานของ กกต.ในอดีต ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมกับตั้งคำถามว่าเป็นการต่างตอบแทนทางการเมืองหรือไม่

เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า พฤติการณ์ที่ กกต.วินิจฉัย สะท้อนลักษณะขบวนการ พร้อมเรียกร้องให้เปิดคำวินิจฉัยรายบุคคล และไล่สาวถึงผู้วางแผน รวมทั้งสนับสนุนผู้เสียหายใช้ช่องทางกฎหมายตรวจสอบ กกต.

เป็นท่าทีของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต่อการลงมติของ กกต.

การทุจริตเลือก สว. พบร่องรอยทั้งการสมคบฮั้วกัน นำไปสู่การวางแผนโกง มีพฤติการณ์ส่อเป็นอั้งยี่และฟอกเงิน โดยพบหลักฐานปรากฏสู่สาธารณะอย่างโจ่งแจ้ง ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว

อีกทั้งมีพยานบุคคลปรากฏตัวมาให้ข้อมูล ทั้งแก่เจ้าหน้าที่ของกกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งเป็นผู้สืบสวนสอบสวนคดี และเผยแพร่สู่สาธารณะจำนวนมาก

การที่กกต.มีมติไม่ฟ้องบุคคลทางการเมืองที่คาดว่าอยู่เบื้องหลัง และฟ้องสว.เพียงแค่ 26 คน จากที่ถูกกล่าวหารวม 138 คน ซึ่งมีโพยและคะแนนชุดตัวเลขเหมือนกัน จึงย่อมเป็นที่กังขาของสังคม

มติของกกต. อาจจะกลายเป็นปัญหาบานปลาย ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องควรจะต้องหาทางออกตามกระบวนการกฎหมาย เพื่อทำให้คดีฮั้วสว.ได้รับความกระจ่างต่อสายตาประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ปล่อยให้เป็นเรื่องอึมครึมต่อไป

ที่มา: ข่าวสด