ตัวแทนรัฐบาล-ฝ่ายค้าน-นักเคลื่อนไหวการเมือง ร่วมรำลึก ครบรอบ 53 ปี 14 ตุลา

ตัวแทนรัฐบาล-ฝ่ายค้าน-นักเคลื่อนไหวการเมือง ร่วมรำลึก ครบรอบ 53 ปี 14 ตุลา

ตัวแทนรัฐบาล-ฝ่ายค้าน-นักเคลื่อนไหวการเมือง ร่วมรำลึกครบรอบ 53 ปี 14 ตุลาฯ ‘ภราดร’ สดุดี ‘วีรชน’ ย้ำ ปชช.ให้อำนาจรัฐชั่วคราว ชี้ ต้องบริหารประเทศอย่างรับผิดชอบ สร้างพื้นที่ให้ทุกคนแสดงความเห็นได้อย่างปลอดภัย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีการจัดกิจกรรมรำลึกในโอกาสครบรอบ 53 ปี 14 ตุลา 16 โดยมีพิธีกรรมทางศาสนา และวางพวงดอกไม้ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนกล่าวรำลึกและวางพวงดอกไม้ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคฝ่ายรัฐบาล อาทิ นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขณะที่ฝ่ายค้าน นำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

โดยนายภราดร กล่าวรำลึกว่า ตนเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี มาร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ จนถึงวันนี้ผ่านมา 53 ปีแล้ว ทั้งนี้ ในปี 2475 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ช่วงเวลาหลายทศวรรษหลังจากนั้น นับนิ้วดูเชื่อว่าจะต้องมี 4 ทศวรรษ ที่บ้านเมืองไม่ได้ปกครองโดยประชาชนตามเจตนารมณ์ แต่อาจเป็นการปกครองโดยกลุ่มคนผู้มีอำนาจไม่กี่กลุ่มเท่านั้น จนกระทั่งเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เกิดขึ้น ที่นิสิต นักศึกษา ชาวนาชาวไร่ พ่อค้า ประชาชน มาอยู่ที่นี่นับล้านคน เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังและทวงคืนอำนาจที่แท้จริงที่เป็นของพวกเขา ประกาศกับสาธารณะและโลกว่า ประเทศนี้เจ้าของไม่ใช่กลุ่มผู้ปกครองเพียงไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่คนที่ผลัดกันครองอำนาจในช่วง 30-40 ปี แต่อำนาจเป็นของประชาชน ประชาชนเป็นเจ้าของร่วมประเทศนี้

นายภราดร กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ 14 ตุลาคมเป็นบทเรียนที่สั่งสอนจากสังคม ไม่เฉพาะการประกาศชัยชนะให้ประชาชน แต่ยังบอกบทเรียนกับทุกคนทุกฝ่าย ให้บทเรียนกับผู้ปกครองประเทศ ผู้นำประเทศว่า อำนาจที่เขาถืออยู่ในมือไม่ใช่อำนาจของเขา เพียงแต่เป็นอำนาจที่พี่น้องประชาชนหยิบยื่นให้เขา ในบางโอกาส บางเวลาเพื่อให้ปกครองประเทศ และใช้อำนาจนั้นบริหารประเทศอย่างรับผิดชอบ ดังนั้น ตนถือโอกาสเป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลอาลัยและสดุดีต่อวีรชน 14 ตุลาคม และขอคารวะกับผู้มีเกียรติที่อยู่ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคมและได้สร้างสรรค์สังคมให้มีความตระหนักรู้ สร้างความเป็นเจ้าของที่แท้จริงให้กับประเทศ

“วันนี้ผมมาในตัวแทนของภาครัฐ ในฐานะของคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี วันนี้อำนาจที่อยู่ในมือของคณะรัฐมนตรีไม่ใช่อำนาจของพวกเรา แต่เป็นอำนาจที่พี่น้องประชาชนมอบให้ เพื่อบริหารประเทศอย่างรับผิดชอบ เป็นอำนาจที่จะต้องบริหารจัดการด้วยความละมุนละม่อม เรารู้และตระหนักดีว่า การบริหารจัดการประเทศไม่สามารถที่จะทำให้ทุกคนในประเทศคิดเห็นเหมือนกันได้ทั้งหมด คุณค่าที่งดงามที่สุดของระบอบประชาธิปไตยคือ ระบอบนี้ไม่ใช่การทำให้สังคมเงียบงัน แต่คุณค่าและความสวยงามของระบอบประชาธิปไตยคือสังคมที่อึกทึก หน้าที่ของรัฐไม่ใช่การควบคุมให้ทุกคนอยู่ในความเงียบงันและคิดเห็นเหมือนกันทั้งหมด หน้าที่ของรัฐคือการเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้คนที่มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้แสดงออกทางความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและปลอดภัยที่สุด พยายามที่จะสร้างบรรยากาศของความแสดงความคิดเห็นยังต้องไปตรงมาของสังคม” นายภราดร กล่าว

///

ที่มา: มติชน