เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 14 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยมีรายชื่อปรากฏเป็น 1 ใน 18 รายชื่อ ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องปกติ เพราะวันหนึ่งฝ่ายค้านก็ต้องทําหน้าที่ของเขาในการตรวจสอบรัฐบาล เราก็มีความพร้อมในการตอบอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า มองว่าข้อกล่าวหาว่าเป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจผุพัง ละโมบโลกมาก รวมถึงใช้เครือข่ายดำเนินการโกงการเลือก สว. นั้นแรงไปหรือไม่ นายทรงศักดิ์ ได้หัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “ผมมองว่าเป็นวาทกรรม ผมยังงงอยู่ อย่างผมคงต้องไปโรงพยาบาลก่อน เพราะว่าหัวใจผุพัง ผมยังไม่เข้าใจ ก็ทํางานเป็นปกติอยู่”
เมื่อถามต่อว่า ประเด็นที่อภิปรายส่วนใหญ่เป็นเรื่องคดีฮั้ว สว. นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ ที่เขามีข้อกล่าวหานั้นมีประเด็นอะไรบ้าง ต้องรอมีคําถามก่อน เพราะในญัตติเป็นเรื่องของข้อความหรือวาทกรรมมากกว่า
เมื่อถามว่า กรอบการอภิปรายได้มีการพูดคุยแล้วหรือไม่ว่าอยู่ในช่วงใด นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า อยู่ที่ประธานรัฐสภาจะเป็นผู้บรรจุวาระ
เมื่อถามว่า 18 คน ที่ถูกอภิปรายถือว่าเยอะหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนว่าก็เป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในสังกัดรัฐบาล ถามว่าเยอะหรือไม่ ก็ต้องไปถามฝ่ายค้าน แต่เราเป็นรัฐมนตรีมีหน้าที่ที่จะต้องออกไปตอบคําถาม ชี้แจงในสิ่งที่เขามีความเห็นว่าเราอาจจะทํางานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
เมื่อถามว่า มองว่าหลังการอภิปรายสมการจะเปลี่ยนหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ สมการอะไรตนไม่ทราบเลย
เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้พรรคฝ่ายค้านจะมีการอภิปรายถึงผู้มีพระคุณด้วยจะกระทบกับบุคคลภายนอกหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ดูเพียงญัตติของตนเป็นหลัก แต่มีหลายคนพูดคุยกัน ส่วนใหญ่มองว่าเป็นวาทกรรม ต้องไปดูคําถามจริงๆว่าตอนอภิปรายเป็นอย่างไรจะได้เตรียมตอบได้อย่างถูกต้อง
เมื่อถามย้ำว่า กังวลหรือไม่ว่าการบริหารจัดการน้ำจะถูกนํามาอภิปรายเป็นประเด็นการเมือง นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมชาติ รัฐบาลมีความตั้งใจในการแก้ไข อย่างเต็มที่อยู่แล้ว และเรามีการเตรียมมาตรการอยู่แล้ว แต่เรื่องฝนฟ้าอากาศเกินกว่าความคาดหมาย ซึ่งเราก็เตรียมพร้อมในการดูแลประชาชน การเยียวยาทุกจังหวัดก็พร้อมอยู่แล้ว มีการโอนเงินเข้าสู่ระบบ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็โอนเงินเรียบร้อยแล้ว และส่วนใหญ่โอนเงินไปยังประชาชนที่เดือดร้อนและมีเงื่อนไขที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างรวดเร็ว
ที่มา: เดลินิวส์