กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม 271 คน ออกแถลงการณ์ กังวลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ 'ไทยพีบีเอส' หวั่นกระทบความเป็นอิสระสื่อสาธารณะ บิดเบือนเศรษฐศาสตร์การคลัง เกิดภาวะตลาดล้มเหลวรายการสำหรับเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และคนชายขอบถูกละเลย จี้สภาฯถอนหรือยับยั้งการแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส คงไว้ซึ่งหลักการความเป็นอิสระทางการเงินและหลักธรรมภิบาลของสื่อสาธารณะ
14 ต.ค.2569 - กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม (Scholars for Society) จำนวน 271 คน นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร. เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกแถลงการณ์ เรื่อง ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและวิชาการต่อกรณีร่างแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส) ร่วมแสดงข้อห่วงกังวลต่อข้อเสนอเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ของไทยพีบีเอส จากการจัดสรรรายได้เฉพาะจากสุราและยาสูบ ไปสู่ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ พร้อมเสนอข้อพิจารณาด้านเศรษฐศาสตร์การคลังและบทบาทของสื่อสาธารณะต่อสังคม
โดยแถลงการณ์ ระบุว่า เรียน หัวหน้าพรรคการเมือง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน
ตามที่ได้มีการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ.2551 โดยมีสาระสำคัญในการยกเลิกการจัดสรรรายได้จากค่าธรรมเนียมเฉพาะสุราและยาสูบ (Earmarked / Sin Tax) ในอัตรา 1.5% แต่ไม่เกิน 2000 ล้านบาทต่อปี แล้วเปลี่ยนไปใช้ระบบการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีจากรัฐบาลแทน โดยอ้างหลักการบริหารวินัยการเงินการคลังนั้น
กลุ่มนักวิชาการเพื่อสังคม ได้พิจารณาหลักการเชิงโครงสร้าง ผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์ และมิติทางสังคมอย่างถี่ถ้วนแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่า ร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวแฝงไว้ด้วยความเสี่ยงรุนแรงต่อระบบประชาธิปไตย และสร้างความบิดเบือนทางเศรษฐศาสตร์การเงินการคลังอย่างน่าวิตก จึงขอเสนอข้อพิจารณาทางวิชาการเพื่อประกอบการตัดสินใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้:
1. การทำลายหลักความเป็นอิสระทางการเงิน (Financial Autonomy) อันเป็นหัวใจของสื่อสาธารณะในทางนิเทศศาสตร์และรัฐศาสตร์ สื่อสาธารณะ (Public Service Media: PSM) จะบรรลุภารกิจในการเป็น "เสาหลักที่ห้า" ของระบอบประชาธิปไตยได้ต่อเมื่อมี ความเป็นอิสระจากทั้งอำนาจทุนพาณิชย์และอำนาจทางการเมือง การออกแบบให้ไทยพีบีเอสได้รับเงินจัดสรรเฉพาะ (Earmarked Tax) โดยตรง มิได้เกิดจากความบังเอิญ หากแต่เป็นกลไกทางกฎหมายที่ออกแบบมาอย่างแยบคายเพื่อสร้าง "เกราะป้องกัน" มิให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจจัดสรรงบประมาณปีต่อปีเป็นเครื่องมือบีบบังคับ กดดัน หรือแทรกแซงการเสนอข่าวสาร การเปลี่ยนไปใช้ระบบงบประมาณแผ่นดินผ่านกระบวนการอนุมัติของฝ่ายบริหาร จะลดทอนสถานะของไทยพีบีเอสจาก "สื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ" ให้กลายเป็นเพียง "สื่อของรัฐบาล" (State Media) เช่นเดียวกับ NBT อสมท. หรือ ททบ.5 ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือทางวิชาชีพและวิกฤตความไว้วางใจจากประชาชนเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. ความบิดเบือนทางเศรษฐศาสตร์การคลัง และการเอื้อประโยชน์แก่ผู้ประกอบการสุรา-ยาสูบ ในทางเศรษฐศาสตร์การคลัง ค่าธรรมเนียมพิเศษ 1.5% ที่จัดเก็บจากผู้ประกอบการสุราและยาสูบตาม พ.ร.บ. ไทยพีบีเอส เป็นค่าธรรมเนียมเฉพาะทางกฎหมายคนละส่วนกับภาษีสรรพสามิตส่วนกลาง ที่เก็บเข้าคลังแผ่นดิน เงินจำนวนนี้เดิมทีมิใช่รายรับของรัฐตั้งแต่ต้น หากแต่เป็นการจัดสรรรายได้จากสินค้าที่สร้างผลกระทบภายนอกเชิงลบ (Negative Externalities) มาสนับสนุนบริการสาธารณะที่ไม่แสวงหากำไร
หากมีการยกเลิกมาตราดังกล่าว ผลลัพธ์ทางเศรษฐศาสตร์คือ:
เป็นการเอื้อประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ประกอบการสุราและยาสูบ: เนื่องจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมพิเศษส่วนนี้อีกต่อไป ส่งผลให้ภาระต้นทุนของทุนเหล้า-บุหรี่ลดลงโดยทันที และส่งผลให้มีการบริโภคเหล้าและบุหรี่มากขึ้น
รัฐบาลควรขึ้นภาษีสรรพสามิตกับสุราและยาสูบ: หากรัฐบาลจะขึ้นภาษีสรรพสามิตเพื่อให้คนไทยกินเหล้าและสูบบุหรี่น้อยลงก็เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน แต่ไม่มีเหตุที่จะไปลดค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการสุราและยาสูบต้องสนับสนุนสื่อสาธารณะอย่างไทยพีบีเอส
เบียดบังงบประมาณแผ่นดินเพื่อการพัฒนาประเทศ: เมื่อยกเลิกค่าธรรมเนียมเฉพาะแต่รัฐบาลยังต้องจัดสรรงบประมาณแผ่นดินปีละประมาณ 2000 ล้านบาทให้แก่ไทยพีบีเอส ย่อมเท่ากับว่ารัฐบาลกำลังดึงภาษีส่วนกลางของประชาชน ซึ่งควรนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา หรือสาธารณสุข มาแบกรับภาระแทนผู้ประกอบการธุรกิจสุราและยาสูบ ถือเป็นความล้มเหลวในการจัดสรรทรัพยากรทางการคลังอย่างรุนแรง
3. การแก้ปัญหาภาวะตลาดล้มเหลว (Market Failure) และการคุ้มครองสังคม สื่อพาณิชย์ดำเนินงานภายใต้กลไกราคาและการแข่งขันทางโฆษณา จึงจำต้องเน้นเนื้อหาที่สร้างเรตติ้งเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อ ส่งผลให้เกิดภาวะตลาดล้มเหลวที่รายการสำหรับเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และคนชายขอบถูกละเลย ไทยพีบีเอสทำหน้าที่ปิดช่องว่างนี้โดยผลิตเนื้อหาเชิงคุณค่าทางสังคมที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าเป็นตัวเงินได้ การเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ ย่อมบีบบังคับให้ไทยพีบีเอสต้องปรับตัวไปเน้นปริมาณเรตติ้งหรือผลงานที่ตอบสนองตัวชี้วัดของรัฐบาล จนละทิ้งภารกิจเพื่อคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม
ถอนหรือยับยั้งการแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ในประเด็นโครงสร้างรายได้ เพื่อคงไว้ซึ่งหลักการความเป็นอิสระทางการเงินและหลักธรรมภิบาลของสื่อสาธารณะ แยกแยะประเด็น "ความเป็นอิสระทางการเงิน" ออกจาก "การเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร": หากมีความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณหรือจำนวนบุคลากร ควรใช้กลไกการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ (Performance Audit) การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานภายใน และการประเมินความคุ้มค่าตามเกณฑ์สากล โดยไม่จำเป็นต้องทำลายเกราะป้องกันความเป็นอิสระทางการเงินที่เป็นหัวใจหลัก
คณะนักวิชาการเพื่อสังคมขอเรียกร้องให้ท่านในฐานะตัวแทนของประชาชน ยึดมั่นในเจตนารมณ์ของการมีสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ เพื่อคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข่าวสารที่รอบด้านและเป็นธรรม อันเป็นฐานรากสำคัญที่สุดอันหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
รายชื่อนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญ
10 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี
20 ดร. สุดารัตน์ ดิษยวรรธนะ จันทราวัฒนากุล
30 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรดล แก้วประเสริฐ
33รองศาสตราจารย์ ดร. สมศักดิ์ แต้มบุญเลิศชัย
36 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สมัชชา นิลปัทม์
41ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กานตชาติ เรืองรัตนอัมพร
58 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชิชญาสุ์ ช่างเรียน
59ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชวพร ธรรมนิตยกุล
60 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ กริ่งกาญจน์ เจริญกุล
66 รองศาสตราจารย์ สุชาดา พงศ์กิตติวิบูลย์
71 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อดิพล เอื้อจรัสพันธุ์
78 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วลักษณ์กมล จ่างกมล
89ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มนต์ศักดิ์ ชัยวีระเดช
94 อาจารย์ ว่าที่ร.ต.ดร.เบญจรงค์ ถิระผลิกะ
95ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ศิวพร สุกฤตานนท์
98 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ อาชวิชญ์ กฤษณสุวรรณ
102 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปีดิเทพ อยู่ยืนยง
104 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ภีรกาญจน์ ไค่นุ่นนา
108 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ หนึ่งหทัย ขอผลกลาง
113ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สรชัย กมลลิ้มสกุล
114 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศรุพงษ์ สุดประเสริฐ
116 รองศาสตราจารย์ ดร. เกรียงไกร เตชกานนท์
118 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ระวีวรรณ ทรัพย์อินทร์
123ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ปาจารีย์ ปุรินทวรกุล
124 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิชชพร เทียบจัตุรัส
127 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์
130 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พัชรา เอี่ยมกิจการ สบายใจ
133รองศาสตราจารย์ ดร. สิริลักษณา คอมันตร์
140 รองศาสตราจารย์ ดร. วิไลวรรณ จงวิไลเกษม
147ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศิริพรรณ จีนะบุญเรือง
149ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พิทักษ์ศักดิ์ ทิศาภาคย์
154 รองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐนันท์ วิริยะวิทย์
155ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อรอนงค์ โฆษิตพิพัฒน์
158 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มาโนช ชุ่มเมืองปัก
162 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปุณฑริกา รวิกุล
163ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทัพพ์เทพ ภาปราชญ์
165ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มรรยาท อัครจันทโชติ
166 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณัฏฐณิชา ฉายรัศมี
170 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ชนัญสรา อรนพ ณ อยุธยา
171 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นันทสิทธิ์ กิตติวรากูล
173ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จารุวรรณ กิตตินราภรณ์
178 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ณรงค์ศักดิ์ ศรีทานันท์
184 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พนารัตน์ แซ่ลิ้ม
192 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทรงวุฒิ ตวงรัตนพันธ์
198 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วีรวัฒน์ อินทรพร
204 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิชช์ เกษมทรัพย์
212 รองศาสตราจารย์ ดร. รุ่งรัตน์ ชัยสำเร็จ
213ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ณรงค์ ขำวิจิตร์
ที่มา: ไทยโพสต์