'ศิริโชค' เปิดประเด็น 'ไอเดียร์' บริจาคเข้าพรรค เงินสะอาดหรือไม่ ถ้ามีความผิดโทษถึงยุบพรรค

'ศิริโชค' เปิดประเด็น 'ไอเดียร์' บริจาคเข้าพรรค เงินสะอาดหรือไม่ ถ้ามีความผิดโทษถึงยุบพรรค

ศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ได้ตรวจสอบเงินบริจาคพรรคการเมืองของ “ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย บริจาคเงินให้พรรคอย่างต่อเนื่อง รวมเท่าที่ตรวจพบแล้ว 150,000 บาท โดยเริ่มบริจาคเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่ก่อนเป็น สส. ก่อนจะเพิ่มเป็นเดือนละ 30,000 บาท หลังเข้าสภา สำหรับเงิน 150,000 บาทนี้เป็นเฉพาะรายการบริจาคที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง บัญชีทรัพย์สินของสุชาดา และสามี ไทหยาง ซาง เปิดเผยความมั่งคั่งรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท แต่ไอเดียร์ สุชาดาแจ้งรายได้ต่อปีเพียงประมาณ 1.7 ล้านบาท ไทหยาง ซาง สามี ระบุในบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่าไม่ได้ประกอบอาชีพ และไม่มีรายได้ต่อปี ทั้งที่เป็นนักลงทุนในธุรกิจคริปโตเคอร์เรนซี (สินทรัพย์ดิจิทัล) และเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินกิจการบ่อน Shuffle.com รายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สิน ความมั่งคั่งเหล่านั้นมีที่มาจากไหน

มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ห้ามพรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรครับบริจาคโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าเงินได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 74 ห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลต่างประเทศ และบุคคลหรือนิติบุคคลบางประเภทที่เป็นช่องทางรับเงินจากแหล่งต้องห้าม หากพรรคการเมืองฝ่าฝืนมาตรา 72 หรือ 74 อาจนำไปสู่การยุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ

ในเมื่อ ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบที่มาของทรัพย์สินครอบครัวของสุชาดาแล้ว กกต.ได้ตรวจสอบที่มาของเงินบริจาคให้พรรคภูมิใจไทยด้วยหรือยัง เพราะหากพบว่าเงินบริจาคมาจากแหล่งต้องห้าม และพิสูจน์ได้ว่าพรรคฝ่าฝืนกฎหมาย อาจกระทบถึงสถานะของพรรคภูมิใจไทยเอง

“สส.ไบรท์” คงกฤช รามศักดิ์ สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความตอบโต้นายศิริโชค โสภา ว่า กรณีประเด็นเงินบริจาคเข้าพรรค สส. ของพรรคสามารถบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมพรรคได้ โดยเป็นการหักจากเงินเดือนที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับความสมัครใจของ สส. แต่ละคน

“สส.เต้ย” ฤทธิรงค์ ภูมิสวัสดิ์ สส.มหาสารคาม พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความ ระบุว่า สส.พรรคภูมิใจไทย ร่วมสนับสนุนเงินจากรายได้จากเงินเดือน สส. โดยบริจาคให้แก่พรรค เพื่อเป็นส่วนหนึ่งสำหรับดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของพรรค รวมถึงกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคม การดำเนินการดังกล่าวอยู่บนหลักความสมัครใจ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ

ส่วน “สส.ออม” น.ส.รินทร์ลิตา อดิษะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้โพสต์เช่นเดียวกันว่า สส. พรรคภูมิใจไทย เต็มใจนำเงินเดือน สส. บริจาคให้พรรคเพื่อดำเนินกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของพรรค ให้ประโยชน์ตกแก่พี่น้องประชาชน นายศิริโชคเคยเป็น สส. มาก่อน ก็น่าจะทราบข้อเท็จจริงตรงนี้ดี ว่าทำได้

“สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการจะยื่นองค์กรอิสระตรวจสอบเงินบริจาคหรือไม่ ว่า การดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายนั้น เราคิดว่ายังพอมีเวลา แต่จริงๆ แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตรวจสอบเชิงรุกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ร้องด้วยซ้ำ ตนเองในฐานะประธาน กมธ.กฎหมายฯ ก็ได้เชิญไอเดียร์และสามีมาชี้แจงต่อ กมธ. ในสัปดาห์หน้า หวังว่าจะมาให้ข้อมูล

เมื่อถามต่อว่า หากยังไม่มีการตรวจสอบดำเนินการเชิงรุกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทางพรรคประชาชน จะเดินหน้ายื่นเรื่องหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราดำเนินการอยู่แล้ว เราเฝ้ามองและจับตาดูอยู่ว่าเรื่องนี้จะขยายไปแค่ไหน ถ้าหน่วยงานต่างๆ ไม่ดำเนินการตามกฎหมายก็สุ่มเสี่ยงต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราอาจจะมัดรวมกันสอบได้ในเรื่องนี้ และในชั้น กมธ. หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่จะต้องดำเนินการคือเรื่องเว็บพนัน เพราะมีคำถามว่าเงินที่มาจากเว็บพนันจะถูกนำไปบริจาคให้พรรคการเมืองหรือไม่ ต้องไปดูว่าเส้นเงินจะไปถึงขนาดไหน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ กรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมตัวในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า เราเตรียมตัวกันมานานพอสมควร ณ วันที่ร่วมยื่นญัตติกับฝ่ายค้านก็ถือว่ามีข้อมูลพร้อมแล้ว จะตั้งคำถามและตั้งข้อกล่าวหากับรัฐบาลเรื่องของการบริหารจัดการในช่วงที่ผ่านมา มีหลายข้อมูลที่พี่น้องประชาชนฟังแล้วคงมีอึ้ง ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนควรจะต้องอยู่ดีกินดีมากกว่านี้ แต่รัฐบาลบริหารมีปัญหา

“ดร.อ้อ” การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนมี 3 ประเด็น คือ 1. ขีดความสามารถในระดับสติปัญญาของผู้บริหารของเรา 2. ขีดความสามารถในการจัดการภัยพิบัติ หรือปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น และ 3. เรื่องจริยธรรม ธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นข้อสงสัย สิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นคำทางวิชาการ “แต่ดิฉันแปลเป็นไทยว่า คือ โง่ ห่วย เลว สามอย่างนี้ที่เรากำลังจะดูลงไปให้ลึก ว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้เหมาะสมในการบริหารประเทศหรือไม่”

ที่ทำเนียบรัฐบาล “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นายยศชนันระบุพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า การทำงานต้องใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จำเป็นที่จะต้องให้คนข้างนอกมองเข้ามาแล้วเห็นว่ารัฐบาลสามารถทำงานด้วยกันได้เป็นอย่างดี ในที่ประชุม ครม.พูดถึงการเตรียมข้อมูล ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะอภิปรายในเรื่องไหน และเกี่ยวข้องกับกระทรวงไหนบ้าง จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากทุกกระทรวงภายใต้การกำกับดูแลของตน หากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรา ก็จำเป็นต้องให้ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ดีที่สุด

“นายกฯ อวยพรย้อนหลังเนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 47 ปี วันที่ 8 ต.ค. นายกฯ อวยพรให้มีความสุขตั้งใจทำงาน และทำงานเชื่อมโยงและเชื่อมต่อกัน ชวนร่วมรัฐบาลในระยะยาว เนื่องจากระยะเวลา 4 ปีในการทำงานที่ได้รับมอบหมายมาก็เป็นแผนงาน 4 ปีที่ต้องทำให้สำเร็จ ในแต่ละกระทรวงจึงคาดว่ารวมถึงการพัฒนาคน ต้องใช้เวลาพอสมควร ซึ่ง 1-2 ปี อาจจะเห็นความหวัง การทำงานต้องต่อเนื่อง”

ปิดท้ายด้วยภารกิจนายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยา ให้การต้อนรับ กี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิสและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15-17 ต.ค. 2569 ในฐานะแขกของรัฐบาล

มีการหารือประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 1.การค้าและการลงทุน สวิตเซอร์แลนด์เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทยในยุโรปในปี 2568 และยังคงเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ไทยพร้อมส่งเสริมการลงทุนจากสวิตเซอร์แลนด์ในอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและเทคโนโลยีขั้นสู 2.ความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว มูลนิธิ KliK (KliK Foundation) คาดว่าจะจัดซื้อคาร์บอนเครดิตมูลค่าประมาณ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากโครงการด้านสภาพภูมิอากาศใหม่ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการระดมเงินทุนสีเขียว สนับสนุนโครงการด้านสภาพภูมิอากาศใหม่ ๆ

3.ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม 4.ด้านการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไทยให้ความสำคัญกับความเชี่ยวชาญของสวิตเซอร์แลนด์ ในด้านการศึกษาและการฝึกอบรมด้านเทคนิคและอาชีวศึกษา.

ที่มา: เดลินิวส์