'โสภณ' ขีดกรอบซักฟอก ห้ามพูดนอกเรื่อง-ทำงาน รัฐบาลปัจจุบัน

'โสภณ' ขีดกรอบซักฟอก ห้ามพูดนอกเรื่อง-ทำงาน รัฐบาลปัจจุบัน

ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ว่าตนมอบหมายให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง เป็นผู้นัดประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) 3 ฝ่าย คือ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณากำหนดวันประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้การหารือต้องพิจารณาความพร้อม และต้องรับฟังซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ การอภิปรายรัฐมนตรีมากถึง 18 คน ไม่ใช่เรื่องใหม่ ส่วนกรณีที่ถูกพูดถึงการวางกรอบอภิปรายไว้ในสัปดาห์นั้น ตนยังไม่ทราบ ขอให้ตกลงกันให้ได้เร็วที่สุด สำหรับเวลาอภิปรายเบื้องต้น ในแต่ละวันควรจบที่เวลาเที่ยงคืนของแต่ละวัน เพราะหากดึกเกินไปคนไม่ฟัง แต่ทั้งนี้อยู่ที่การเจรจา

ผู้สื่อข่าวถามในญัตติของฝ่ายค้านสามารถอภิปรายได้ทุกประเด็นใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า การอภิปรายคือการกล่าวหาว่าครม. หรือรัฐมนตรีไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น ทุจริตคอร์รัปชัน ขณะที่ทาง ครม. มีหน้าที่แก้ข้อกล่าวหา ส่วนตัวเชื่อว่าหากทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะไม่เกิดความวุ่นวาย

“เป็นการกล่าวหาอย่างรุนแรง ถึงขั้นรุนแรง แต่ขั้นรุนแรงไม่ใช่คำด่า เพราะคำด่าไม่รู้จะชี้แจงอย่างไร แต่คำกล่าวหา ทุจริตอย่างไร โกงอย่างไรต้องเอาหลักฐานมาแสดง เมื่อฝ่ายค้านกล่าวหาว่าโกง ต้องเอาหลักฐานมาโชว์ ฝ่ายครม. ต้องเอาหลักฐานมาแก้ ส่วนจะฟังขึ้นหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่ถ้อยคำรุนแรง แต่อยู่ที่หลักฐาน

ผมจึงอยากให้สภาฯ เป็นที่สร้างสรรค์ ทำการเมืองเดินหน้า และสร้างศรัทธาให้กับประชาชน โดยทั้ง 2 ฝ่าย ช่วยกล่าวหาอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่หลอกด่ากัน บูลลี่ ซึ่งทำแบบนั้นคนจะเบื่อไม่อยากฟัง เพราะมีแต่เรื่องทะเลาะกัน” นายโสภณ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีคดี ฮั้ว สว. ในคำกล่าวหาของฝ่ายค้าน นายโสภณ กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่าอภิปรายถึงใคร มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร อภิปรายประเด็นอะไร เรื่องอะไร เพราะจบในกระบวนการของหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าวแล้ว และตามข้อกล่าวหานั้นต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ดังนั้น ต้องดูว่าเนื้อหาการอภิปรายเรื่องอะไร อภิปรายได้หรือไม่ตามข้อบังคับ ต้องเน้นการทำงานในรัฐบาลปัจจุบัน หากไปย้อนอดีตแต่ไม่ใช่การทำงานของรัฐบาลปัจจุบัน ไม่สามารถอภิปรายได้

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ