‘รักชนก’ โวยประธานสภาฯ เรียกคุย กมธ. 35 คณะ หวังจำกัดอํานาจ ขวางตรวจสอบรัฐบาล

‘รักชนก’ โวยประธานสภาฯ เรียกคุย กมธ. 35 คณะ หวังจำกัดอํานาจ ขวางตรวจสอบรัฐบาล

'ไอซ์ รักชนก' เดือด หลัง 'ปธ.สภา' เรียก 'ปธ.กมธ. 35 คณะ' หารือขอบเขตอํานาจ จี้ถาม 'ศุภชัย' ละอายใจบ้างหรือไม่ หลังชง จำกัดอำนาจการทำงาน กมธ. ชี้ รัฐบาลกลัวโดนขุดคุ้น ลั่น ปัดตกทุกเรื่องที่ตรวจสอบ โอด 'ฝ่ายค้าน' เหลือทางตรวจสอบเดียวใน 'กมธ.' ปัดตอบปม 'สส.ไอเดียร์' ก่อนเดินหนีวงสัมภาษณ์

21 ตุลาคม 2569 - เมื่อเวลา 14.40 น. ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกประชุมประธานกรรมาธิการ 35 คณะ หารือขอบเขตอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีมีหนังสือของนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ร้องเรียน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งบรรจุวาระ เรียกน.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการ โดยไม่ขอมติจากที่ประชุม

โดย น.ส.รักชนก ระบุว่า กรณีประธานสภาเรียกมาพูดคุย ซึ่งตนเองจะใช้คำว่า การจำกัดอำนาจในการทำงานของสภาฯของกรรมาธิการ หรือไม่ อย่างไร ตนเองไม่ทราบว่าเป็นจุดประสงค์แบบนั้นหรือไม่ แต่วาระวันนี้ ที่บรรจุขึ้นมาคือ นายศุภชัยไม่พอใจที่สภาฯจะใช้อำนาจในการตรวจสอบ สส. ฟากฝั่งรัฐบาล เพื่อที่จะขอให้ประธานสภาจำกัดอำนาจในการทำงาน อำนาจในการตรวจสอบของกรรมาธิการ

ในที่ประชุมมีการโต้แย้งกันในหลายๆ ประเด็น เริ่มตั้งแต่ อำนาจในการบรรจุวาระการประชุมเป็นของใคร ซึ่งจริงๆ แล้ว ข้อบังคับการประชุมสภาฯ ได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า การบรรจุวาระการประชุม หรือการเรียกประชุม เป็นอำนาจของประธานสภา โดยการประชุมกรรมาธิการ ก็อนุโลมให้ใช้ตามข้อบังคับการประชุมสภา
​
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า แต่วันนี้พยายามที่จะมีการบิดเบือนว่า ไม่สามารถที่จะใช้แบบนั้นได้ จะต้องขอเป็นมติที่ประชุม จะต้องขอนั่นขอนี่ คือพูดง่ายๆ กรรมาธิการ เสียงข้างมากมันเป็นเสียงของรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ว่ากรรมาธิการไหน จะชุดวิสามัญ หรือชุดสามัญ มันเป็นของรัฐบาลอยู่แล้ว ท่านต้องการที่ให้ในอนาคตกำหนดว่า ถ้ารัฐบาลไม่ให้ประชุมกรรมาธิการ ก็ไม่ต้องประชุมกันแบบนั้นหรือ

"ไม่รู้เหมือนกันว่า จะใช้คำว่าอะไร ท่านจะกินรวบมันทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้เลยหรือ ท่านจะเอาทั้งสภาสูง สว.ก็เป็นที่รู้กันว่า ท่านสามารถที่จะทำอะไรได้ สภาล่าง ท่านก็มีเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้ว ท่านมีอำนาจในฝ่ายบริหาร และใครๆ ก็รู้ว่า ท่านสามารถที่จะมีอำนาจในการโน้มน้าวใจองค์กรอิสระได้ ตอนนี้ฝ่ายค้านเหลือแค่กลไกเดียว คือกรรมาธิการ ท่านก็ยังจะเอาอีกหรือ ยังจะใช้อำนาจในการที่ท่านมีเสียงข้างมากมาจำกัดในการทำงานของกรรมาธิการอีกหรือ" น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า การที่นายศุภชัยระบุไม่เห็นด้วยในการบรรจุวาระซ่อนเร้น ว่า วาระซ่อนเร้นของท่าน ยกตัวอย่าง คือเรื่องที่กรรมาธิการติดตามงบฯ พิจารณาเรื่อง TH-AI Passport ร่วมกับกรรมาธิการกฎหมายฯ และหลายๆ กรรมาธิการที่มาตรวจสอบเรื่องโกงสอบท้องถิ่น ท่านไม่พอใจที่มีหลายกรรมาธิการมาตรวจสอบรัฐบาลพร้อมๆ กัน และท่านก็ไม่พอใจที่กรรมาธิการจะตรวจสอบน.ส.สุชาดา ซึ่งเชิญไปก็ไม่มาด้วยซ้ำ ท่านเลยจะมาบรรจุวาระแบบนี้ เพื่อให้ประธานสภาจำกัดอำนาจการทำงานของกรรมาธิการ
​
"สำหรับดิฉัน คุณศุภชัยท่านต้องมีความละอายแก่ใจบ้าง วาระซ่อนเร้นที่ท่านพูดมาทั้งหมด เป็นวาระที่คือการตรวจสอบรัฐบาลทั้งสิ้น ถ้าท่านจะบอกว่า การตรวจสอบรัฐบาลเป็นวาระซ่อนเร้น หรือการเอาความจริงมาตีแผ่ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลใช้อำนาจ ใช้งบประมาณอย่างไร เป็นวาระซ่อนเร้น ดิฉันคิดว่า ท่านควรพิจารณาตัวเองให้หนัก ว่าเกียรติและศักดิ์ศรีแห่งการเป็นผู้แทนราษฎรของท่าน ยังมีเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ มีเหมือนตอนที่ขอคะแนนพ่อแม่พี่น้องประชาชนเข้ามายืนอยู่ตรงนี้หรือไม่" น.ส.รักชนก กล่าว
​
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า เรื่องนี้พ่อแม่พี่น้องประชาชนท่านอาจจะกำลังไม่ทราบอยู่ ว่าตอนนี้เขาพยายามที่จะจำกัดทุกสิ่งทุกอย่าง สภาสูงเป็นของเขา อำนาจในสภาล่างเสียงข้างมาก ก็เป็นของเขา องค์กรอิสระโน้มน้าวจิตใจได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง อำนาจบริหารก็เป็นของท่านหมด จะออกกฎหมาย จะใช้งบประมาณ จะทำสิ่งต่างๆ อำนาจเป็นของท่านหมด เหลือแค่กรรมาธิการอย่างเดียว ที่ใช้ในการตรวจสอบ ท่านก็ยังจะไม่ให้อีกหรือ

​น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า จึงมองว่า เป็นการลุแก่อำนาจที่เกินไปมากๆ พ่อแม่พี่น้องประชาชนเอง ที่เขาอาจจะไม่ได้ติดตามวาระการประชุม ณ ขณะนี้ วันนี้ แต่ขอให้ท่านทราบไว้ว่า การประชุมวันนี้ เป็นการประชุมที่ริดรอน ตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะลดอำนาจตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ฝ่ายค้านเราเหลืออยู่หนึ่งเดียวแล้ว คืออำนาจตรวจสอบในกรรมาธิการ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ที่สิ่งสุดท้ายที่ฝ่ายค้านจะสามารถใช้ได้ ท่านก็ยังจะไม่ให้ใช้หรือ
​
เมื่อถามว่า การที่ให้เหตุผลว่ามีความซ้ำซ้อนกันนั้น สะท้อนให้เห็นถึงอะไร น.ส.รักชนก กล่าวว่า กรรมาธิการมี 35 คณะ ถ้าท่านอยากที่จะจำกัดการทำงานของทุกๆ กรรมาธิการ สิ่งที่ควรจะทำ ไม่ใช่การมาเรียกประชุมวันนี้ แต่คือการแก้ระเบียบข้อบังคับการประชุมสภา ควบรวมกรรมาธิการจาก 35 คณะ ให้เหลือแค่ 20 คณะ ตามกระทรวง หรือจะบวกเพิ่ม องค์กรอิสระ สภา หรืออะไรก็ตามแต่ แต่นี่เป็นการเรียกได้ว่า ทำให้อำนาจมันคลุมเครือ
​
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ยกตัวอย่างโครงการ TH-AI Passport ที่ปรากฏเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า หรือกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่มีปัญหาในเรื่องของแง่ข้อกฎหมาย ประชาชนมีส่วนร่วมหรือไม่ โครงการที่ประชาชนจะได้ใช้ประโยชน์ ก็ควรที่จะเข้ากรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนได้ ส่วนเรื่องของการพิจารณางบประมาณ ก็ควรที่จะเข้ากรรมาธิการติดตามงบได้ และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นเรื่องของกระบวนการทางกฎหมาย ก็ควรที่จะเข้ากรรมาธิการกฎหมายได้ หรือแม้กระทั่งมีข้อส่อว่าทุจริต ก็ควรจะที่จะเข้ากรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้

​น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ดังนั้น สิ่งที่ท่านประธานควรจะทำ คือถ้าท่านอยากแก้เรื่องนี้ ท่านไปแก้ข้อบังคับการประชุมของสภา ให้เหลือแค่ 20 คณะ แล้วท่านจะบวกอะไรเพิ่มก็บวกเข้ามาหรือไม่

"ถ้าท่านเห็นใจข้าราชการในแบบที่ท่านพูดจริงๆ ทุกๆ ครั้ง ท่านต้องออกไกด์ไลน์ในการประชุมร่วมของกรรมาธิการมา ว่าทำอย่างไรให้มันง่าย ทุกวันนี้ปัญหาของกรรมาธิการ คือหลายๆ กรรมาธิการเชิญมาแบบซ้ำซ้อน ตัวแทนจากพรรคประชาชนเรา ยินดีที่จะประชุมร่วมกับกรรมาธิการทุกกรรมาธิการ ไม่ว่ามาจากพรรคไหน ไม่ใช่ว่าเราอยากจะประชุมร่วมกับแค่ของพรรคเราอย่างเดียว เรายินดี แต่คนที่ไม่ยินดี คือฟากฝั่งรัฐบาล เวลาจะประชุมอะไรที่เป็นการตรวจสอบฟากฝั่งรัฐบาล ท่านจะไม่เอาเลย แม้กระทั่งการบรรจุวาระการประชุมเข้ามาแล้วเขาไม่มาชี้แจงด้วยซ้ำ ท่านก็ยังจะไม่ให้บรรจุเลย" น.ส.รักชนก กล่าว
​
เมื่อถามว่า บรรยากาศในที่ประชุมซึ่งมีการปิดไมค์เหตุการณ์นั้นเกิดอะไรขึ้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ท่านประธานบอกจะให้หารือในที่ประชุม ว่าเราจะอยู่ร่วมกันอย่างไร เพราะสภาฯแห่งนี้ เราจะต้องคุยกัน เพื่อหาช่องทางตรงกลาง ทุกๆ กรรมาธิการ ประธานทุกคน หรือ สส. จะอยู่ร่วมกันอย่างไร แต่สุดท้ายประธานปิดประชุม แล้วก็หนีไปก่อน

"ดิฉันยังไม่ทันหารือเลย ที่ท่านศุภชัยมีปัญหามาก กับการที่กรรมาธิการกฎหมาย ประชุมร่วมกับกรรมาธิการติดตามงบ พิจารณาเรื่อง TH-AI Passport แต่ท่านไม่เคยมีปัญหาเลย ที่ประธานกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย 5 คณะ ลงไปจังหวัดภูเก็ตพร้อมๆ กัน ช่วงเวลาเดียวกันอยากจะไป โอ้โห แย่งกันทำผลงาน แย่งกันเอาใจนาย ตอนนั้นไปกัน 5 คณะ แล้วยังใช้งบประมาณของสภา ทั้งบินเครื่องบิน ยกคณะไป แทนที่จะไปแค่คณะเดียว หรือประชุมร่วมกัน แบบนี้สร้างภาระให้กับฝ่ายเลขา สร้างภาระให้กับงบประมาณ ดิฉันไม่เคยเห็นท่านมีปัญหาเลย แต่ท่านจะมีปัญหาก็แค่เรื่องวาระที่ตรวจสอบรัฐบาลแค่นั้นเอง" น.ส.รักชนก กล่าว
​
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนี้ จะสามารถเรียกร้องอะไรได้อีกหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาชน เราไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว กับการที่จะกลั่นแกล้งกันในเรื่องของจริยธรรม แต่ตนเองคิดว่า พรรคที่ท่านเคร่งเคร่งมากเรื่องจริยธรรมนั้น ท่านต้องตรวจสอบกันเองหนักๆ เลย พอถึงเวลาที่ สส. พรรคตัวเองถูกตรวจสอบแล้ว อยากจะมาเปลี่ยนแปลงแก้ไขกระบวนการ เพื่อทำให้พรรคตัวเองไม่ถูกตรวจสอบ เพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ คนแบบนี้มีจริยธรรมหรือไม่ พ่อแม่พี่น้องประชาชนต้องวิพากษ์วิจารณ์ และต้องตัดสิน
​
เมื่อถามต่อว่า จะเรียกร้องอย่างไรต่อไป เพราะพรรคประชาชนเป็นเสียงข้างน้อยอยู่แล้ว น.ส.รักชนก กล่าวว่า เราคงต้องบอกให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนรู้ว่า มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น ถ้าท่านจะเอาอำนาจสุดท้าย ช่องทางสุดท้าย ในการที่จะใช้ตรวจสอบรัฐบาลไปจากฝ่ายค้าน ตนเองคิดว่า พ่อแม่พี่น้องประชาชนต้องรู้ คือจะเอาทุกอย่างในแผ่นดินนี้ บนประเทศนี้เลยหรือ ท่านจะเอาทุกอำนาจไปให้หมด ไม่ให้ถูกตรวจสอบ ไม่ให้ฝ่ายที่ตรวจสอบท่าน ทำอะไรได้เลยหรือ
​
เมื่อถามว่า จะฝากอะไรถึงนายศุภชัยหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ขอฝากไปถามว่า ที่ท่านทำมา คือท่านไม่อายหรือ ท่านไม่ละอายแก่ใจหรือ เพราะ สส. ฟากฝั่งรัฐบาลถูกตรวจสอบ ท่านเลยขอให้บรรจุวาระนี้ขึ้นมา เพื่อที่ให้สภาฯจำกัดอำนาจของตัวเอง คือท่านมีความละอายแก่ใจบ้างหรือไม่ ตนเองก็ได้ถามท่านไปแล้วในห้อง แต่ท่านก็ไม่ได้ตอบ ถ้ามีโอกาสเจอ ก็ฝากให้ท่านตอบด้วยว่า ท่านได้ละอายแก่ใจบ้างหรือไม่ในเรื่องนี้

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นของ น.ส.สุชาดา ที่น.ส.รักชนกได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดย น.ส.รักชนก กล่าวว่า เอาแค่เรื่องนี้พอ ถ้าไม่มีเรื่องในห้องประชุมแล้ว "ไปแล้วนะคะ" พร้อมกับได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังน.ส.รักชนกเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ได้เดินไปคุยกับกลุ่ม สส. ของพรรคประชาชนต่อด้วยท่าทีและน้ำเสียงไม่พอใจในผลการประชุม ในการตีความข้อกฎหมายอำนาจของประธานคณะกรรมการจากฝั่งรัฐบาลครั้งนี้

The post ‘รักชนก’ โวยประธานสภาฯ เรียกคุย กมธ. 35 คณะ หวังจำกัดอํานาจ ขวางตรวจสอบรัฐบาล appeared first on .

ที่มา: ไทยโพสต์