“รุทธพล” ปัดกลั่นแกล้งแก้แค้นส่วนตัว 8 นักวิชาการ–สส.–สื่อ ถอดรหัส QR Code บัตรเลือกตั้ง ยันมีผู้ร้องตัวจริง ส่ง DSI สอบ ย้ำต้องให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย ยันไม่มีฟอกขาวคดี”สส.ไอเดียร์” แม้อยู่ภูมิใจไทย ก็ไม่รอด
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีผู้มาร้องต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ยื่นฟ้องนักวิชาการ สส. และสื่อมวลชน จำนวน 8 คน ในกรณีพยายามถอดรหัสบาร์โค้ด และ QR Code บัตรเลือกตั้ง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ โดยยืนยันว่า ผู้มาร้องมีตัวตนจริง และข้อหาของทั้ง 8 คน ก็เป็นไปอย่างที่ข่าวนำเสนอ ซึ่งตนจะมอบให้ทางดีเอสไอเป็นผู้ดำเนินการ
ส่วนกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองนั้น พลตำรวจโท รุทธ พล กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะมีผู้มาร้องกับทางตน จึงได้ให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบ พร้อมย้ำว่า เป็นเรื่องของการตรวจสอบเบื้องต้น ส่วนจะผิดหรือไม่ผิดเป็นเรื่องของการสืบสวน ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ โดยหลักการสามารถเปิดเผยรายชื่อของผู้มาร้องได้หรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า เป็นเรื่องของพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA และเรื่องความปลอดภัยของผู้มาร้อง แต่ในสำนวนจะปรากฏชื่อของผู้ร้อง ส่วนที่ข่าวออกมาผู้สื่อข่าวคงเป็นห่วงเรื่อง PDPA และจรรยาบรรณของสื่อมวลชนจึงไม่ได้มีการเปิดเผยชื่อของผู้ร้องและใช้เป็นนามสมมติแทน ทำให้เข้าใจได้ว่าเป็นบัตรสนเทห์
สำหรับที่ก่อนหน้านี้ทั้ง 8 คนก็ถูกร้องที่กองบังคับการปราบปรามและมาถูกร้องซ้ำอีกครั้งที่ดีเอสไอจะถือเป็นเดินเรื่องซ้ำซ้อนหรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า เราก็รับเรื่องและพิจารณาร่วมกันว่าหน่วยงานใดจะเป็นหน่วยงานที่ดำเนินการ
เมื่อถามว่า กรณีที่มีรายชื่อของ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น ปรากฏเป็นหนึ่งรายชื่อผู้ถูกร้อง ยืนยันได้ว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวใช่หรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล ยืนยันว่าไม่น่าจะเกี่ยว เพราะมีหลายคนทั้งนักการเมืองและนักวิชาการด้วย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังกล่าวถึงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กำลังพิจารณารับคดี นายไทหยาง ซาง สามีของ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย กรณีถือหุ้นเชื่อมโยงเว็บพนันออนไลน์และเครือข่ายสแกมเมอร์ เป็นคดีพิเศษ แต่เกิดความกังวลว่าอาจจะรอด ว่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอก็ได้เชิญ นายศิริโชค โสภา อดีตสส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นพยานในสำนวนมาให้ข้อมูลด้วย ฉะนั้น ยืนยันว่า ไม่ได้รับพยานจากฝั่งนางสาวสุชาดา เพียงอย่างเดียว แต่ได้เชิญทั้งนายศิริโชค และนายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน มา จึงยืนยันได้ว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ส่วนยืนยันได้ใช่หรือไม่ว่าไม่ได้อยู่พรรคภูมิใจไทยแล้วจะรอด พลตำรวจโท รุทธพล ยืนยันว่า เมื่ออยู่ในสำนวนแล้ว เป็นไปไม่ได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการยุติธรรม ไปจนถึงอัยการและศาล
ที่มา: INN