เมื่อวันที่ 22 ต.ค. เวลา 15.20 น. ที่รัฐสภา นาย อรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม กล่าวถึง กรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปร่วมงานวันเกิดของ น.ส. ศุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส. เชียงใหม่ พรรคกล้าธรรม เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมาเป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ ตนมองว่าเป็นเรื่องของคนรู้จักกัน
นายอรรถกรกล่าวอีก บังเอิญเมื่อวานเป็นช่วงหลังปิดประชุมสภาฯ ไปแล้ว สมาชิกพรรคกล้าธรรม จึงได้บอกว่าวันนี้เป็นวันเกิดของ จึงอยากให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้อวยพร หลังจากนั้นก็คงจะเข้ามาพูดคุยอะไรกับหัวหน้าหัวหน้าพรรคฯ ได้ หลังจากนั้นก็คงเข้ามาคุยอะไรกับหัวหน้าพรรคฯ เท่านั้นเอง คงไม่ใช่การเซอร์ไพรส์อะไร ซึ่งบรรยากาศที่เจ้าของวันเกิดดูมีความสุขนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่มี บุคคลสำคัญสำหรับประเทศไปอวยพรวันเกิด
เมื่อถามว่ามีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าหลังการอภิปรายอาจมีสัญญาณบวก นายอรรถกรกล่าว เป็นเรื่องของการคาดการณ์ ซึ่งตนเคยให้สัมภาษณ์ไปหลายครั้งแล้วว่าพรรคกล้าธรรมไม่เคยปิดประตู
นาย อรรถกร ยังกล่าวถึง การประชุมวีปสามฝ่ายวันนี้ มีทางออกเรื่องกรอบเวลาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ว่า ในที่ประชุมตนได้พยายามเสนอ แต่ความเห็นทั้งสองฝั่งยังแตกต่างกันอยู่ แต่วันนี้ถ้าต่างฝ่ายเอาตามสิ่งที่ตนเองต้องการ มันคงไม่มีทางออก เรื่องนี้ถ้าจะจบก็ต้องเป็นความร่วมมือของทุกฝ่ายถอยคนละก้าวมากกว่า เค้าเสนอว่าอะไรเค้าไม่บอกใช่ไหมเหมือน
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคกล้าธรรมที่ขออภิปรายด้วยนั้นจะตัดเวลาสัดส่วนของ นายอรรถกรกล่าวว่า วันนี้ ถ้าตามกฎหมายพรรคกล้าธรรมยังมีสถานะเป็นฝ่ายค้าน และเราก็เชื่อว่าเป็นสิทธิ์ของสมาชิกพรรคฯ 12 – 13% ของสภา ดังนั้นเรามีสิทธิ์ที่จะสะท้อนความเห็นต่อญัตติดังกล่าว
เมื่อถามว่าการขอเวลาอภิปราย พรรคกล้าธรรม จะอภิปรายหนุนญัตติของฝ่ายค้านหรือจะช่วยรัฐบาลชี้แจง นายอรรถกร คงไม่สามารถตอบได้ ยกตัวสส.นครนายกจะให้ตนไปบังคับเขาให้ชมหรือด่ารัฐบาลก็ไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า ทางภาคประชาชนระบุว่าพรรคกล้าธรรม ไม่ได้อยู่ในฝ่ายค้านแล้ว อาจจะไม่สามารถจัดสรรเวลาให้อภิปราย โฆษกพรรคกล้าธรรมกล่าวว่า ก็ต้องมาสู้กัน เพราะตนเชื่อว่าวันนี้ทุกคนเหมือนกันหมดมีสิทธิ์ใช้เวทีสภาในการสะท้อนความคิด โดยเฉพาะเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชนภายใต้รัฐบาล ยืนยันว่าในการอภิปรายเราก็จะล้อมาจากญัตติของฝ่ายค้าน เราคงไม่อภิปรายอะไรที่นอกเหนือจากญัตติที่ฝ่ายค้านเสนอ แต่ความเห็นจะเป็นอย่างไรเขาไม่สามารถมาบังคับพวกเราได้
ต่อข้อถามว่าในการโหวตจะต้องเป็นมติพรรคหรือเป็นเอกสิทธิ์ของสส. นายอรรถกรกล่าวว่า พรรคกล้าธรรมต้องคุยกันก่อนเสมอ ส่วนเวลาที่ เราขอไม่เยอะแต่ต้องพอสมควร
เมื่อถามว่ามองว่าการที่ฝ่ายค้านขอเวลาอภิปราย4 -5 วันน้อยหรือมากเกินไป นายอรรถกรกล่าวว่า เรื่องนี้แล้วแต่มอง แต่ส่วนตัวมองว่า จะมากหรือน้อยควรอยู่ที่ความพร้อมหรือการตกลงแบบสะเด็ดน้ำของทุกฝ่าย คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีภารกิจ สภายื่นวันไหน แต่ละฝ่ายพร้อมที่จะใช้เวลากันมากน้อยแค่ไหน และสามารถลดทอนเวลาลงไปได้มากน้อยแค่ไหน
“เราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยอมใช้เวลาลดลงไม่มาก ตนก็เชื่อว่าเนื้อหาก็ ไม่ได้ลดลง เพื่อนสมาชิกแต่ละคนโดยเฉพาะพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ถือว่าการอภิปรายได้ครอบคลุมอยู่แล้ว ดังนั้นการลดเวลาลงนิดหน่อยคงไม่ได้กระทบกับคุณภาพการอภิปรายของเขา ขอย้ำว่าเป็นเพียงมุมมองของผมเท่านั้น” นายอรรถกรกล่าว
เมื่อถามว่าร.อ.ธรรมนัสได้กำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ กล่าวว่าร.อ. ธรรมนัสก็กำชับมาตลอดว่าพรรคกล้าธรรมเราไปไหนไปด้วยกัน ถามย้ำว่าแล้วตอนนี้จะไปกัน นายอรรถกร เลี่ยงตอบห้องทำงาน ของพรรคกล้าธรรม เบอร์202 เพื่อคุยเรื่องกฎหมายกันต่อ
ผู้สื่อข่าวจึงซักต่อว่าหลังอภิปรายไว้วางใจ จะไปที่ไหน นายอรรถกรกล่าวว่า อันนี้ยังไม่รู้ ก็คงรู้พร้อมๆกัน
ที่มา: มติชน