‘รมว.กลาโหม’สั่งเกาะติดสถานการณ์ภูมิภาคทบทวนแผนเผชิญเหตุ

‘รมว.กลาโหม’สั่งเกาะติดสถานการณ์ภูมิภาคทบทวนแผนเผชิญเหตุ

เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 7/2569 โดยกล่าวในที่ประชุมว่า โครงการ “พลทหารอาสา : จากหน้าที่…สู่โอกาส” ประจำปี 2570 เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนเข้ารับราชการทหารด้วยความสมัครใจ โดยมุ่งให้การเป็นทหารไม่ใช่เพียงการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตนเองและสร้างอนาคต ผ่าน “4 โอกาส” ได้แก่ 1.โอกาสมีรายได้ มีหลักประกัน ด้วยเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงรวมประมาณ 15,000 บาทต่อเดือน 2.โอกาสสร้างวินัยและความแข็งแรงทั้งกายใจ พร้อมปลูกฝังจิตสาธารณะและความรับผิดชอบต่อส่วนรวม 3.โอกาสเพิ่มวุฒิ เพิ่มทักษะ เพิ่มวิชาชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพและต่อยอดการประกอบอาชีพ 4. โอกาสเลือกอนาคตของตนเอง ทั้งการเติบโตในสายอาชีพทหาร การรับราชการ การทำงานภาคเอกชน หรือการประกอบอาชีพอิสระ

รมว.กลาโหม กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10 ก.ย. 2569 ถึงวันที่ 24 ม.ค. 2570 ผ่านเว็บไซต์ rcm.rta.mi.th โดยมุ่งให้การรับราชการทหารเป็นทั้งโอกาสในการทำความดีเพื่อส่วนรวม และเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่ตนเองและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ขอเน้นย้ำให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองบัญชาการกองทัพไทย และทุกเหล่าทัพ บูรณาการการทำงานอย่างเป็นเอกภาพ ทั้งการปกป้องอธิปไตย การรักษาความมั่นคง การพัฒนากองทัพให้ทันสมัย การดูแลกำลังพล และการช่วยเหลือประชาชน โดยมุ่งให้ทุกนโยบายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศและความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างยั่งยืน

รมว.กลาโหม ยังกำชับให้ทุกหน่วยติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทบทวนแผนเผชิญเหตุ เตรียมความพร้อมทั้งกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และระบบสนับสนุน พร้อมบูรณาการข้อมูลข่าวสารเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนเป็นสำคัญ สำหรับการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ กองทัพบกได้รายงานยุทธศาสตร์กองทัพบก พ.ศ. 2570–2580 มุ่งพัฒนาสู่กองทัพที่มีศักยภาพ ทันสมัย เป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน และเป็นหนึ่งในกองทัพบกชั้นนำของภูมิภาค ขณะที่กองทัพอากาศนำเสนอแนวทางพัฒนาขีดความสามารถด้านกำลังทางอากาศ อวกาศ ไซเบอร์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ควบคู่กับการพัฒนากำลังพลและส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่และเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว.

ที่มา: เดลินิวส์