เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช ประจำปี 2569 โดยมีข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรม สมาคมนักเรียน นักศึกษา พ่อค้า และประชาชนชาวจังหวัดสระบุรี ร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจอันเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ความเป็นสากลและรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของชาติมหาอำนาจ โดยพระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงวางรากฐานไว้ ได้แก่: การเลิกทาสและระบบไพร่:พระองค์ทรงใช้พระปรีชาสามารถและพระเมตตาธรรมในการปฏิรูปสังคม ยกเลิกระบบทาสและไพร่ โดยปราศจากการเสียเลือดเนื้อ ทำให้ประชาชนชาวไทยได้รับอิสรภาพ มีสิทธิเสรีภาพ และความทัดเทียมกันในสังคม
การพัฒนาระบบคมนาคมและการสาธารณูปโภค: ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างทางรถไฟสายแรก (กรุงเทพฯ – นครราชสีมา) การก่อสร้างถนน คลอง และจัดตั้งการไปรษณีย์โทรเลข ตลอดจนการสร้างการประปาและการไฟฟ้า ซึ่งเป็นรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน
การปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน: ทรงวางรากฐานการบริหารราชการแผ่นดินใหม่ด้วยการจัดตั้งกระทรวงต่าง ๆ และการริเริ่มระบบสุขาภิบาล (สุขาภิบาลท่าฉลอม) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองส่วนท้องถิ่นและกระจายอำนาจสู่ประชาชน
การปฏิรูประบบการศึกษาและระบบการศาล: ทรงส่งเสริมการศึกษาทันสมัย ตั้งโรงเรียนสำหรับราษฎร จัดตั้งกระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน) และทรงปฏิรูประบบกฎหมายและการศาลตามแบบสากล เพื่อยกเลิกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมกับชาติตะวันตก
การดำเนินนโยบายทางการทูต:ทรงเสด็จประพาสยุโรปถึง 2 ครั้ง เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีกับมหาอำนาจต่างชาติ ช่วยให้สยามรักษาเอกราชและอธิปไตยไว้ได้อย่างมั่นคงในยุคล่าอาณานิคม
การจัดพิธีในครั้งนี้ พสกนิกรชาวจังหวัดสระบุรีทุกหมู่เหล่าต่างน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของ “พระสยามมินทร์” พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ซึ่งผลแห่งพระมหากรุณาธิคุณนั้นยังคงส่งผลให้ประเทศไทยมีความเจริญก้าวหน้าและประชาชนมีความผาสุกตราบจนปัจจุบัน
ที่มา: เดลินิวส์