หนุ่มขี่จยย.สลิ้งแตก แพ้เสียงแตร หัวร้อนโดดทุบกระจกเก๋ง ยกมือไหว้ก็ไม่หยุด ชกสาว 27

หนุ่มขี่จยย.สลิ้งแตก แพ้เสียงแตร หัวร้อนโดดทุบกระจกเก๋ง ยกมือไหว้ก็ไม่หยุด ชกสาว 27

หนุ่มขี่จยย.สลิ้งแตก แพ้เสียงแตร หัวร้อนโดดทุบกระจกเก๋ง ยกมือไหว้ก็ไม่หยุด ชกสาว 27 กลางห้าแยกลาดพร้าว ก่อนเข้าแจ้งความ ตร.เร่งเช็กวงจรปิดไล่ล่าตัวแล้ว ยืนยันไม่ขอรับกระเช้าขอโทษ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ต.ค.2569 ที่ สน.พหลโยธิน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 19.50-20.00 น. มีชายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบทะเบียน มีอาการโมโหแล้วก่อเหตุทุบกระจกหน้ารถยนต์ของ น.ส.เอ อายุ 27 ปี จนเสียหาย และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่อยู่ภายในรถ ทั้งชกเข้าที่เบ้าตาซ้ายจนฟกช้ำ เพราะไม่พอใจที่ผู้เสียหายบีบแตรเตือน

น.ส.เอ เปิดเผยก่อนเข้าพบพนักสอบสวนว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (22 ต.ค.) ตนขับรถยนต์มาถึงบริเวณใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว ระหว่างนั้นรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุและรถยนต์ของตนขับมาในเลนเดียวกัน จนมาถึงบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว รถจักรยานยนต์พยายามที่จะเบรก เพื่อที่จะกลับรถ ทั้งที่เลยทางกลับรถมาแล้ว ทำให้ตนบีบแตรเตือนสั้นๆ 1 ครั้ง ส่วนจะมีการเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ด้วยหรือไม่ ตนไม่ทราบเลย

น.ส.เอ เปิดเผยว่า จากนั้นได้ขับรถมุ่งหน้าไปบริเวณเส้นจตุจักร ขณะนั้นการจราจรค่อนข้างติดขัด ทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์เดินมาที่รถของตน ก่อนจะกระชากประตู พร้อมกับทุบกระจกฝั่งคนขับ และด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ซึ่งตนพยายามยกมือไหว้ขอโทษตั้งแต่ในรถแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุก็ไม่พอใจ จากนั้นผู้ก่อเหตุกระโดดขึ้นบนฝากระโปรงหน้ารถและใช้เท้ากระทืบกระจก จนกระจกรถด้านหน้าแตกร้าว ทำให้ตนตกใจกลัวอย่างมาก ทำอะไรไม่ถูก และหลังจากผู้ก่อเหตุทุบกระจกหน้ารถแตกแล้ว ผู้ก่อเหตุกระโดดลงมาตรงประตูด้านหน้าข้างฝั่งคนขับ และพยายามจะเปิดประตูรถอีกครั้ง โดยมีการใช้มือทุบกระจกแล้วตะโกนอย่างเสียงดังๆ ว่า “ออกมา ออกมา ออกมา”

“ตอนนั้นรู้สึกตกใจมากและไม่มีใครมาช่วย ทำให้ตอนนั้นตัดสินใจเปิดประตูออกมา เพื่อที่จะพูดคุยเจรจาและพยายามยกมือไหว้ขอโทษ แต่คู่กรณีไม่พอใจ แล้วชกไปที่ใบหน้าตัวเอง 1 ครั้ง บริเวณเบ้าตาซ้าย เป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บ”

น.ส.เอ เปิดเผยว่า ตนคิดว่าผู้ก่อเหตุได้ระบายอารมณ์จนสะใจแล้ว จึงเลือกที่จะเดินออกไปจากรถ และจากเหตุการณ์นี้ ทำให้ตนต้องเข้ามาแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณนั้น ไม่สามารถที่จะบันทึกป้ายทะเบียนรถทอเตอร์ไซค์ของผู้ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน จึงอยากจะขอวิงวอนผู้ที่เห็นเหตุการณ์หรือมีภาพกล้องหน้ารถ ช่วยนำมามอบให้กับตำรวจเพื่อช่วยเหลือตนในการดำเนินคดี

น.ส.เอ เปิดเผยว่า ลักษณะของผู้ก่อเหตุ จำได้ว่าสวมใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินเข้ม และสวมหมวกกันน็อค แต่ได้เปิดหน้ากากหมวกกันน็อคไว้ ทำให้ตนพอจำหน้าตาได้ หากพลเมืองดีท่านใดมีหลักฐานเพิ่มเติมที่บันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้ ขอให้นำหลักฐานมาส่งให้ตำรวจ หรือแจ้งผ่านสื่อมวลชนเพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ

น.ส.เอ กล่าวอีกว่า หากผู้ก่อเหตุจะเอากระเช้าดอกไม้มาขอโทษนั้น กระเช้าอย่างเดียวไม่พอแน่นอน ลองคิดดูว่าถ้าเป็นลูกสาวคุณ คุณจะรับกระเช้าไหม แต่ถ้าวันเกิดเหตุ มีการอ้างว่าตนมีการเฉี่ยวชนจริง ตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ ยืนยันว่าดำเนินคดีถึงที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีการเฉี่ยวชนกัน บริเวณถนนลาดพร้าวขาเข้า จนฝ่ายคนขี่รถจักรยานยนต์โมโห และลงมาก่อเหตุตามคลิปวิดีโอ เบื้องต้นผู้เสียหายถูกต่อยเข้าที่เบ้าตา 1 ครั้ง จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.พหลโยธิน เรียบร้อยแล้ว

เบื้องต้นสั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อค และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ แต่จะเร่งตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ พร้อมเตรียมตรวจระดับแอลกอฮอล์และยาเสพติดในร่างกายด้วย ส่วนกรณีที่เกิดการเฉี่ยวชนกัน ซึ่งเป็นปมเหตุนั้น ยังต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเฉี่ยวชนกันอย่างไร ใครถูกหรือผิดก็จะแยกดำเนินคดีต่างหาก

ทั้งนี้ ผกก.สน.พหลโยธิน ยังฝากเตือนผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนน ว่า อยากเตือนให้ทุกคนใจเย็น เพราะเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ หากเกิดเหตุเฉี่ยวชนก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประกันภัยดำเนินการดีกว่า

ที่มา: ข่าวสด