“ผกก.สน.พหลโยธิน” สั่ง ชุดสืบสวน ไล่กล้องล่าตัวผู้ก่อเหตุ หลังหนุ่มขี่รถจักรยานยนต์หัวร้อน ใช้เท้ากระทืบรถ-ชกเบ้าตา สาววัย 27 คาด โมโหหลังเฉี่ยวชนกันจนบานปลาย พบรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เร่งตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว
จากกรณีที่มีชายขี่รถจักรยานยนต์หัวร้อน ได้มีการทุบกระจกรถยนต์และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่อยู่ภายในรถ บริเวณห้าแยกลาดพร้าว โดยผู้เสียหายวัย 27 เล่าว่า ขับรถมาถึงบริเวณใต้สะพานห้าแยกลาดพร้าว ระหว่างนั้นรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุและรถยนต์ของผู้เสียหายได้ขับมาในเลนเดียวกัน รถจักรยานยนต์ พยายามที่จะเบรกเพื่อที่จะกลับรถ ทั้งที่เลยทางกลับรถมาแล้วทำให้ผู้เสียหายได้มีการบีบแตรเตือนสั้นๆ 1 ครั้ง ส่วนจะมีการเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ด้วยหรือไม่ตนไม่รู้ จากนั้นตนก็ได้ขับรถมุ่งหน้าไปบริเวณเส้นจตุจักร ซึ่งขณะนั้นการจราจรค่อนข้างติดขัด จึงทำให้คนขับรถจักรยานยนต์เดินมาที่รถของตน ก่อนจะกระชากประตูพร้อมกับทุบกระจกด้านข้างฝั่งคนขับและมีการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย
ซึ่งตนพยายามยกมือไหว้ขอโทษตั้งแต่ในรถแล้ว แต่ผู้ก่อเหตุก็ไม่พอใจจึงมีการขึ้นมาบนฝากระโปรงหน้ารถและใช้เท้ากระทืบกระจก จนกระจกรถด้านหน้าแตก ทำให้ผู้เสียหายตกใจกลัว ทำอะไรไม่ถูก หลังจากผู้ก่อเหตุได้ทุกกระจกหน้ารถแตกแล้ว ก็ได้กระโดดลงมาตรงประตูด้านหน้าข้างฝั่งคนขับ และพยายามจะเปิดประตูอีกครั้ง โดยมีการใช้มือทุบกระจกแล้วตะโกนว่า ออกมา ออกมา ออกมา ตอนนั้นตนรู้สึกตกใจมากและไม่มีใครมาช่วย ทำให้ตอนนั้นตนตัดสินใจเปิดประตูออกมา เพื่อที่จะมีการพูดคุยเจรจาและพยายามยกมือไหว้ขอโทษ แต่คู่กรณีไม่พอใจจึงชกไปที่ใบหน้าตัวเองหนึ่งครั้งบริเวณเบ้าตาซ้ายเป็นเหตุทำให้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตามหากใครมีหลักฐานเพิ่มเติมที่บันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้ ขอให้นำหลักฐานมาส่งให้ตำรวจ หรือแจ้งผ่านสื่อมวลชนเพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
ทั้งนี้ หากผู้ก่อเหตุจะเอากระเช้าดอกไม้มาขอโทษนั้น ผู้เสียหายได้พูดทั้งน้ำตา ว่า กระเช้าอย่างเดียวไม่พอแน่นอน ลองคิดดูว่าถ้ามันเป็นลูกสาวคุณ คุณจะรับกระเช้าไหม แต่ถ้าวันเกิดเหตุตนมีการเฉี่ยวชนจริงตนก็พร้อมที่จะรับผิดชอบ ยืนยันว่าดำเนินคดีถึงที่สุด
ขณะที่ พันตำรวจเอก มารุต สุดหนองบัว ผู้กำกับการ สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า เบื้องต้นทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายมีการเฉี่ยวชนกันบริเวณถนนลาดพร้าว ขาเข้า ฝั่งตรงข้ามยูเนี่ยนมอลล์ จนฝ่ายคนขับรถจักรยานยนต์โมโหและลงมาก่อเหตุตามคลิป
เบื้องต้นผู้หญิงผู้เสียหาย ถูกต่อยเข้าที่เบ้าตา และได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.พหลโยธินแล้ว
อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้ชุดสืบสวนไล่กล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ เนื่องจากผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อก และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ แต่จะเร่งตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว
โดยเบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกาย และทำให้เสียทรัพย์ พร้อมตรวจระดับแอลกอฮอล์และยาเสพติดในร่างกายด้วย ส่วนกรณีที่เกิดการเฉี่ยวชนกันซึ่งเป็นปมเหตุนั้น ยังต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเฉี่ยวชนกันอย่างไรใครถูกหรือผิดก็จะแยกดำเนินคดีต่างหาก
ทั้งนี้พันตำรวจเอก มารุต ยังฝากเตือนผู้ขับขี่ใช้รถใช้ถนนว่าอยากเตือนให้ทุกคนใจเย็น เพราะเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ หากเกิดเหตุเฉี่ยวชนก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประกันภัยดำเนินการดีกว่า.
ที่มา: One31