รัฐบาลจ่อชง ครม.ยืดบัตรเหมาจ่ายรายวัน ‘สายสีแดง–สีม่วง’ ถึง 31 ธ.ค.70 ลดค่าเดินทาง

รัฐบาลจ่อชง ครม.ยืดบัตรเหมาจ่ายรายวัน ‘สายสีแดง–สีม่วง’ ถึง 31 ธ.ค.70 ลดค่าเดินทาง

“รัฐบาล” จ่อขยายมาตรการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ถึงวันที่ 31 ธ.ค.70 ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล “ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน” รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล “ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน” ดำเนินมาตรการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ซึ่งจะสิ้นสุดภายใน 30 พ.ย.69

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ได้พิจารณาข้อเสนอขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการออกไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.70 จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 พ.ย.69 ครอบคลุมรถไฟชานเมืองสายสีแดงของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แก่ สายนครวิถี ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–ตลิ่งชัน และสายธานีรัถยา ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์–รังสิต รวมถึงรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ของ รฟม. เพื่อช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่องในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยกระทรวงคมนาคม จะนำเสนอให้ ครม. พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป

น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ผลการดำเนินมาตรการบัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวันของรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.68 โดยข้อมูลสะสม ณ สิ้นเดือนส.ค.69 พบว่า ปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านบัตร EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนทั้งสองสาย ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดง มีผู้โดยสารเฉลี่ย 9,460 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 89.01 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.31 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 212.43 และรถไฟฟ้าสายสีม่วง มีผู้โดยสารเฉลี่ย 27,653 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 135.41 และมีรายได้ค่าโดยสารเฉลี่ย 0.60 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 275.00 เมื่อรวมทั้งสองสาย มีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ย 37,113 คน-เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 121.54 สะท้อนให้เห็นถึงผลเชิงบวกของมาตรการในการส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชนทางราง ทั้งด้านปริมาณผู้โดยสาร และรายได้ค่าโดยสาร ตลอดจนแนวโน้มการใช้บัตร EMV Contactless ในการชำระค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณาขยายระยะเวลามาตรการดังกล่าว

ที่มา: มติชน