โฆษกรัฐบาล แจงข่าวปลอม หลังโซเชียลโชว์สลิป อ้าง “โอนค่าน้ำชา 7 ล้านให้อนุทิน” คาดต้นทางอาจอยู่ต่างประเทศ ก่อนคนแห่แชร์และลบโพสต์ ซัดขบวนการสกปรกหวังทำลายล้างทางการเมือง
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ชี้แจงกรณี สังคมวิพากษ์วิจารณ์ภายหลังมีเพจเฟซบุ๊กเผยแพร่ข้อความอ้างว่า มีบุคคลโอนเงินค่าน้ำชาเข้าบัญชีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย จำนวน 7 ล้านบาท เมื่อปี 2566 นั้น
นายเอกภพ ระบุว่า ตัวต้นทางอาจอยู่ต่างประเทศแต่ โพสต์ข่าวปลอม ให้มีคนแชร์ต่อโดยนักการเมืองและเครือข่ายพรรคการเมืองหนึ่งไปแชร์ต่อ จนได้ตัวเลขระดับหนึ่งก็ลบโพสต์ ทิ้งคดีไว้ให้คนที่แชร์ต่อ
ต้นทางคือบัญชีที่ไม่มีตัวตน โพสต์ข้อความ ข่าวปลอมบิดเบือน ใส่ร้ายคนที่ต้องการจะทำร้าย แล้วเริ่มต้นสร้างเอจเกจเม้นต์ด้วยขบวนการและ bot เพื่อให้โพสต์ถูกเห็นและถูกแชร์ต่อ
นี่คือเหตุผลว่าทำไม พรรคการเมืองโซเชียล ไม่เคยที่จะสร้างผู้ติดตาม แฟนคลับ หรือด้อม ของตนให้เป็นผู้ติดตามข้อมูลการเมืองแบบมีคุณภาพ แต่เป็นลักษณะผู้นำว่าอย่างไรก็ “เห็นตาม เขาเล่าว่า…” กันไป เพื่อต้องการใช้ประโยชน์ในการปล่อยเรื่องแบบนี้
นี่คือขบวนการสกปรกที่ทำเพียงเพื่อทำลายล้างกันทางการเมือง… และหากขบวนการนี้ไม่ได้มีบัญชีนี้บัญชีเดียว แต่ได้ปล่อยข้อมูลลักษณะนี้กับเรื่อง ความมั่นคงของชาติ
ด้านน.ส.อุบลรัตน์ เถาว์น้อย ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ชี้แจงเช่นกัน ว่า ปล่อยข่าวนายกฯ รับสินบน ปั่นข้อมูลแบบไม่รับผิดชอบต่อสังคม คนติดตามก็พร้อมจะเชื่อโดยไม่เอะใจ แชร์กันไปโดยไม่คิดจะตรวจสอบก่อนเลยว่าจริงรึเปล่า
ล่าสุดต้นทางลบโพสต์แล้ว อ้างว่าโพสต์ปลิว แต่เพจยังอยู่ แล้วตกลงปลิวเองหรือใครลบ? ??
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ นักการเมืองระดับชาติ เป็นถึงผู้แทนราษฎรบางคน ก็กระโดดร่วมวงกับเขาด้วย ทั้งที่ยังไม่มีใครยืนยันได้เลยว่าสลิปนั้นเป็นของจริง
เรื่องนี้ไม่ได้ซับซ้อนเลยค่ะ ถ้ามุ่งเน้นการตรวจสอบ มากกว่าดิสเครดิตทางการเมือง
นักการเมืองทุกคน รวมถึง นายกรัฐมนตรีต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว ทั้งตอนเข้าและพ้นจากตำแหน่ง มีข้อมูลให้ตรวจสอบได้ ส่วนสลิปที่เอามาแชร์กัน จะมีการโอนเงินจริงไหม ก็ตรวจสอบกับธนาคารได้
เสรีภาพในการตรวจสอบทำได้ค่ะ แต่วิธีที่ทำ เค้าไม่เรียกตรวจสอบ เค้าเรียก “มักง่าย”
ที่มา: INN