“หมอเอก”ขึ้นศาลไต่สวนคดี 44 สส.ก้าวไกล แก้ 112

“หมอเอก”ขึ้นศาลไต่สวนคดี 44 สส.ก้าวไกล แก้ 112

“หมอเอก” ขึ้นไต่สวนคดี 44 สส.ก้าวไกล แก้ 112 ปูด โดน “แก๊งส้มก้าวไกล” ดึงป้ายชื่อที่นั่งห้องประชุมสภา หลังไม่ร่วมวงแก้กฎหมาย ด้าน “ทนายบิลลี่” ปัดตอบ ระบุ ไม่ทราบรายละเอียดคนเห็นแย้งในที่ประชุม

วันนี้ ศาลฎีกานัดไต่สวนพยานครั้งที่ 4 ในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ร้อง กับ 44 สส.อดีตพรรคก้าวไกล ผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง จากการลงชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ฝั่งผู้คัดค้าน ส่วนใหญ่มีทนายความที่ได้รับมอบอำนาจมาศาล ยกเว้นนายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน ซึ่งเป็นทนายความด้วยตัวเอง , นายนิติพล ผิวเหมาะ , นายสุรวาท ทองบุ , นายองค์การ ชัยบุตร , นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส่วนฝั่งผู้ร้องมีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาศาล

การไต่สวนพยานนัดนี้ ถือเป็นการไต่สวน พยานฝั่งป.ป.ช.เป็นนัดสุดท้าย จำนวน 2 ปาก คือ นายแพทย์เอกภพ เพียรวิเศษ อดีต สส.เชียงราย พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ หรือ ทนายบิลลี่ อดีต สส. กทม. พรรคอนาคตใหม่ และพรรคก้าวไกล ปัจจุบันเป็นรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ซึ่งศาลได้ใช้เวลาไต่สวนประมาณ 1 ชั่วโมง

คนแรกที่เข้ารับการไต่สวน คือ นายจิรวัฒน์ โดย ป.ป.ช. ได้ซักถามหลายประเด็น ตั้งแต่หลักการเสนอร่างพ.ร.บ. จนถึงการติดตามตรวจสอบความคืบหน้า ขณะที่ทนายของผู้คัดค้านได้ซักถามโดยพุ่งเป้าไปที่นักวิชาการว่าแต่ละครั้งในการประชุมสส.พรรค จะมีนักวิชาการเข้ามาให้คำแนะนำ และมีการเทียบสถิติผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามกฏหมาย ม.112 รวมถึงการเปรียบเทียบ กับกฎหมายของต่างประเทศ

ด้านนายธีรัจชัย และนายสมเกียรติ รวมถึงทนายของนายสุรวาท และนายองค์การ ได้ซักถามในทำนองเดียวกันว่า พวกตน มีพฤติกรรมไม่ดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือไม่ หรือมีความเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับการเสนอร่างไปถึงพรรคก้าวไกลหรือไม่ โดยนายจิรวัฒน์ ได้ตอบกลางๆ ว่าไม่ทราบ

ส่วน นายแพทย์เอกภพ ฝ่ายผู้ร้อง ป.ป.ช. ได้ซักถามถึงเหตุการณ์ตอนที่พรรคก้าวไกลได้เสนอร่างกฎหมายแก้ไข ม.112 มีสาเหตุจากการชุมนุมในขณะนั้นหรือไม่ โดยนายแพทย์เอกภพ กล่าวย้อนถึงเหตุการณ์ชุมนุมช่วงปลายปี 2563 กระทั่งมีการจับกุมแกนนำผู้ชุมนุมในข้อหา 112 ก่อนที่ทีมงานพรรคจะไปประกันตัว จนมีการพูดคุยถึงการพิจารณาจะยื่นร่างแก้ไข ม.112 เนื่องจากมองว่า คดีบุคคลธรรมดาโทษยังสูง แล้วจะลดโทษในคดีที่เกี่ยวกับสถาบันได้อย่างไร ซึ่งการประชุมครั้งแรกๆ มี สส.หลายคนไม่เห็นด้วย แต่พรรคยังคงยื่นร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสภา โดยที่ตน และเพื่อนอีก 9 คน ไม่ได้ลงชื่อ แต่กลับถูกคนในพรรคเปิดชื่อว่าไม่ได้ร่วมลงชื่อในกฎหมายนี้ ทำให้ทัวร์ลง และยังถูกทางพรรคกีดกัน พร้อมยกตัวอย่างบางช่วง เช่นการถูกดึงป้ายชื่อที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรออก ทำให้ไม่สามารถนั่งอยู่ในห้องประชุมได้

ขณะที่นายธีรัชชัย และนายสมเกียรติ รวมถึงทนายของนายสุรวาท และนายองค์การ ได้ซักถามเหมือนเดิมว่า พวกตนมีพฤติกรรมไม่ดีกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือไม่ หรือมีความเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับการเสนอร่างไปถึงพรรคก้าวไกลหรือไม่

ซึ่งนายแพทย์เอกภพ กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย และไม่มีท่าทีสนับสนุนการแก้ไข ม.112 พร้อมกล่าวย้ำว่า หาก สส.ไม่ร่วมลงชื่อ จะถูกใช้โซเชียลมีเดียทำร้าย ทำให้ทัวร์ลง และจะพิจารณาไม่ให้ลงสมัคร สส. ในนามพรรคอีก

สำหรับการไต่สวนพยานในคดี 44 สส.ก้าวไกล แก้ ม.112 ในฝั่ง ป.ป.ช. ผู้ร้องจำนวน 9 ปาก ถือว่าเสร็จสิ้นแล้ว โดยนัดหน้าจะเป็นไต่สวนพยานฝั่งผู้คัดค้าน โดยคนแรกที่จะเข้ารับการไต่สวนคือ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส. พรรคก้าวไกล และรองหัวหน้าพรรคประชาชน

ที่มา: INN