‘ภาวุธ’ ตั้งคำถามโซลาร์ประชาชน 5 หมื่นล้าน เอื้อทุนใหญ่-เงินไหลซื้อของจีนหรือไม่ ห่วง SME ถูกกีดกัน ชง 4 ข้อแก้เกม
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ นักธุรกิจด้านอีคอมเมิร์ซ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่รัฐบาลสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 50,000 บาท หลังผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยระบุว่า โซลาร์ประชาชน 5 หมื่นล้าน – นโยบาย ‘สร้างชาติ’ หรือ ‘ฮั้วเจ้าใหญ่ไปซื้อของจีน’
ผมสนับสนุน 100% ให้คนไทยติดโซลาร์เซลล์ครับ แต่โครงการสนับสนุน 50,000 บาท/หลัง ที่เพิ่งผ่าน ครม. (ซึ่งเม็ดเงินรวมสินเชื่ออาจทะลุ 1.4 แสนล้านบาท) กำลังมี “ความเสี่ยง” ที่เราต้องตั้งคำถามดังๆ
1. เงินแสนล้านนี้ตกอยู่กับใคร?
ตัวเลขกระทรวงพาณิชย์ชี้ชัดว่า 7 เดือนแรกของปีนี้ ไทยนำเข้าแผงโซลาร์จากจีนถึง 99.3% หากไม่มีมาตรการจูงใจให้ใช้อุปกรณ์ในประเทศ เม็ดเงินภาษีครึ่งหนึ่งอาจไหลออกนอกประเทศทันที
เงินมหาศาลขนาดนี้ สามารถนำมาสร้างและส่งเสริมระบบนิเวศ (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมโซล่าเซลล์ในประเทศไทยได้เลยครับ
2. กติกาเอื้อนายทุนรายใหญ่ หรือดับฝัน SME?
ช่างไฟและ SME หลายรายเริ่มประกาศถอนตัว เพราะเงื่อนไขการวางเงินค้ำประกันที่สูง การรับประกัน 7 ปี และการจ่ายเงินที่ล่าช้า ในขณะที่ กฟน. และ กฟภ. เป็นทั้ง “ผู้อนุมัติ” และมีบริษัทลูกเป็น “ผู้รับติดตั้ง” เอง… แบบนี้เรียกเตะสกัดรายย่อยหรือไม่? และสังเกตดีๆ มีแต่บริษัทขนาดใหญ่ที่ไปเข้าร่วมโครงการนี้.!
การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ต้องสร้างขีดความสามารถให้คนไทยด้วย ผมขอเสนอทางออก 4 ข้อครับ
1. ปลดล็อก SME: ใช้ บสย. (TCG) ช่วยค้ำประกันให้ผู้ติดตั้งรายย่อย และกำหนดเพดานรับงานป้องกันการผูกขาด
2. Made in Thailand Bonus: ให้โบนัสเงินอุดหนุนเพิ่ม 5-10% สำหรับบ้านที่ใช้อุปกรณ์ โครงสร้าง หรือซอฟต์แวร์ (EMS) ที่มีมูลค่าเพิ่มในไทย
3. เปลี่ยนเป็น Net Metering 1:1 : หมดยุครับซื้อไฟคืนถูกๆ 2.20 บาท ถ้ารัฐให้หักลบหน่วยไฟ 1:1 ประชาชนจะแห่มาลงทุนเองโดยรัฐแทบไม่ต้องควักเงินอุดหนุนสักบาท!
4. เปิดเผยข้อมูล: ขอให้เปิดคู่มือผู้ติดตั้ง เกณฑ์การให้คะแนน และรายชื่อผู้ที่ไม่ผ่านพร้อมเหตุผล เพื่อความโปร่งใส
เงินแสนล้านต้องไม่ควรกลายเป็นแค่การซื้อของแจก แต่ต้องเป็นการสร้าง Supply Chain ของคนไทยครับ!
ผมอภิปรายเรื่องนี้ไว้ ดูรายละเอียดได้ในคอมเม้นท์ครับ
ที่มา: มติชน