จากกรณีองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) เผยแพร่ประกาศ Import Alert 99-35 โดยมีรายชื่อผู้ผลิตเห็ดเข็มทองบางรายจากประเทศจีนอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังการนำเข้า เนื่องจากพบประเด็นการปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการนำเข้าของสหรัฐอเมริกา
ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำหรับสินค้าจากผู้ผลิตที่ระบุสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ติดตามประกาศและตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าในประเทศไทย โดยเบื้องต้นยังไม่พบการนำเข้าเห็ดเข็มทองจากผู้ผลิตรายที่ถูกแจ้งเตือนล่าสุด พร้อมทั้งเพิ่มการเก็บตัวอย่างเห็ดเข็มทองนำเข้าส่งตรวจวิเคราะห์เชื้อลิสทีเรีย และเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหารนำเข้าตามระดับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
เชื้อลิสทีเรียเป็นแบคทีเรียที่สามารถพบได้ทั่วไปในดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อม จึงอาจปนเปื้อนในพืชผักและผลิตผลทางการเกษตรได้ ไม่ได้พบเฉพาะในเห็ดเข็มทอง แต่เชื้อชนิดนี้สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหารอย่างเหมาะสม ประชาชนจึงสามารถบริโภคเห็ดเข็มทองได้ตามปกติ โดยควรปรุงให้สุกทั่วถึง และหลีกเลี่ยงการรับประทานแบบดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
ขอแนะนำให้ประชาชนป้องกันการติดเชื้อลิสทีเรียโดยยึดหลักความปลอดภัยด้านอาหารเช่นเดียวกับการป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารทั่วไป ตามหลัก 5 ประการขององค์การอนามัยโลก ได้แก่
1. รักษาความสะอาด ล้างมือทุกครั้งก่อนและระหว่างเตรียมอาหาร รักษาความสะอาดของอุปกรณ์และครัวอยู่เสมอ
2. แยกอาหารดิบและอาหารสุก รวมถึงใช้อุปกรณ์แยกกันเพื่อป้องกันการปนเปื้อน
3. ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง ด้วยความร้อนที่เหมาะสม โดยให้อุณหภูมิภายในอาหารสูงกว่า 70 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะเมนูชาบู สุกี้ และหมูกระทะ ควรต้มเห็ดเข็มทองให้สุกทั่วถึง ไม่รับประทานดิบหรือลวกเพียงระยะเวลาสั้น ๆ
4. เก็บรักษาอาหารในอุณหภูมิที่ปลอดภัย โดยอาหารที่ต้องแช่เย็นควรเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส
และ 5. ใช้น้ำสะอาดและวัตถุดิบที่ปลอดภัย ใช้น้ำสะอาดล้างและประกอบอาหาร คัดเลือกวัตถุดิบที่สด ใหม่ และล้างทำความสะอาดผัก ผลไม้ก่อนรับประทาน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหารให้ความสำคัญกับสุขลักษณะในการประกอบอาหาร และปรุงเห็ดเข็มทองให้สุกก่อนเสิร์ฟ เพื่อให้ประชาชนบริโภคได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้าย
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ