วิปรัฐบาลนัดถก 3 ฝ่ายกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาด 6-11 ธค. ป้องนายกฯไม่มาตอบกระทู้

วิปรัฐบาลนัดถก 3 ฝ่ายกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาด 6-11 ธค. ป้องนายกฯไม่มาตอบกระทู้

‘กรวีร์’ เผย ‘วิปรัฐบาล’ จ่อถก 3 ฝ่ายเคาะวันซักฟอก คาดอภิปราย 4 วัน ลงมติ 10–11 ธ.ค. ยัน ‘นายกฯ’ พร้อมตอบสภา ชี้ ‘กล้าธรรม’ มีสิทธิ์อภิปรายในฐานะฝ่ายค้าน ท้า ‘ฝ่ายค้าน’ ใช้เวทีซักฟอกเปิดหลักฐานทุจริตให้ชัด อย่ากล่าวหาลอยๆ ยันไม่มีทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลในสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการกำหนดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่า นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้แจ้งช่วงเวลาที่สะดวกมาชี้แจงต่อสภาตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไป วิปรัฐบาลได้ประสานกับประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกำหนดนัดหมายการประชุมวิปสามฝ่าย โดยคาดว่าจะประชุมภายในสัปดาห์นี้ หากช่วงบ่ายวันนี้ทั้ง 3 ฝ่ายมีเวลาตรงกัน ก็จะประชุมกันในวันนี้ แต่หากไม่สามารถประชุมได้ อย่างช้าที่สุดน่าจะเป็นวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ได้ข้อสรุป

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรอบวันอภิปรายตามที่คณะรัฐมนตรีแจ้งความพร้อมตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมเป็นต้นไปนั้น จากการพูดคุยกัน 2 ครั้งระหว่างวิปรัฐบาลกับฝ่ายค้าน คาดว่าน่าจะเห็นตรงกันว่า จะอภิปราย 4 วัน และลงมติ 1 วัน อย่างไรก็ตาม การหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่ายจะต้องสรุปว่าจะเป็นวันที่ 6-9 ธันวาคม และลงมติวันที่ 10 ธันวาคม หรืออภิปรายวันที่ 7–10 ธันวาคม และลงมติวันที่ 11 ธันวาคม ซึ่งคณะรัฐมนตรีสะดวกทั้ง 2 ช่วง จึงต้องหารือกันว่าฝ่ายค้านมีความเห็นอย่างไร และทางสภาจะติดขัดหรือไม่ เนื่องจากวันที่ 6 ธันวาคมตรงกับวันอาทิตย์ โดยปกติแล้ว หากสามารถประชุมในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ได้ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งนี้ การประชุมจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ และน่าจะได้ข้อสรุป

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับระยะเวลาอภิปราย โดยปกติจะประชุมตั้งแต่เวลา 09.00-00.00 น. วันละประมาณ 15 ชั่วโมง รวม 4 วันประมาณ 60 ชั่วโมง จึงต้องจัดสรรเวลาว่าฝ่ายค้านต้องการเวลาเท่าใด และคณะรัฐมนตรีต้องการเวลาเท่าใดในการชี้แจง เมื่อได้กรอบเวลาและวันอภิปรายแล้ว จะต้องหารือร่วมกันเพื่อแบ่งเวลาให้ทั้งสองฝ่ายอย่างเหมาะสมให้ฝ่ายค้านมีเวลามากพอในการกล่าวหาและซักถาม ขณะเดียวกันก็ต้องมีเวลาให้ครม.ตอบข้อซักถามของพี่น้องประชาชน

เมื่อถามถึง กรณีที่พรรคกล้าธรรมจะขอเวลาอภิปรายด้วย และจะใช้โควตาเวลาจากฝ่ายใดนั้น นายกรวีร์กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมยืนยันในที่ประชุมมาโดยตลอดว่าขอรักษาสิทธิ์ในการอภิปราย เนื่องจากพรรคกล้าธรรมไม่มีตำแหน่งในครม. และไม่มีตำแหน่งประธานหรือรองประธานสภา ดังนั้น ในสถานะจึงเป็นฝ่ายค้านเพื่อความเป็นธรรม ไม่ใช่เฉพาะพรรคกล้าธรรมเท่านั้น แต่พรรคอื่นก็ควรมีเวลาอภิปรายด้วยเช่นกัน ควรให้เกียรติสมาชิกด้วยกันและจัดสรรเวลาให้ได้อภิปรายในครั้งนี้

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ในที่ประชุมฝ่ายค้านไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธการอภิปรายของพรรคกล้าธรรม เพราะอย่างไรก็เป็นเวลาของฝ่ายค้านอยู่แล้ว เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลไม่ได้จัดสรรเวลาอภิปรายให้ สส.แต่เป็นเวลาสำหรับการอภิปรายตอบข้อซักถามของ ครม.

นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า กำหนดเวลาลงมติในวันที่ 10 หรือ 11 ธันวาคมน่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม แต่จะเป็นช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่ ต้องพูดคุยกันทั้งสองฝ่ายว่าฝ่ายค้านเห็นด้วยหรือไม่ หรือต้องการขยับเวลาออกไปอีก 1 สัปดาห์หรือไม่ โดยเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้จะได้ข้อสรุป ขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับฝ่ายค้าน มีเพียงการนัดหมายว่าในสัปดาห์นี้จะล็อกเวลาเพื่อประชุมร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย

เมื่อถามถึง กรณีที่มีผู้จับตาการประท้วงของ สส. ฝ่ายรัฐบาลระหว่างการอภิปราย เช่น ประเด็นฮั้ว สว. ว่าเตรียมการอย่างไร นายกรวีร์ กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หน้าที่ของฝ่ายค้านคือการกล่าวหารัฐบาล ซึ่งฝ่ายรัฐบาลรับทราบและคงต้องอดทนรับฟัง หากไม่เกินเลยข้อบังคับก็คงไม่จำเป็นต้องลุกขึ้นประท้วงซ้ำซากจนน่าเบื่อ และอยากให้เวลาฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากมีการพาดพิงให้บุคคลเสียหาย หรือกล่าวหาไปถึงพรรคการเมืองที่อยู่นอกเหนือจากการบริหารงานของคณะรัฐมนตรี สส. ก็มีสิทธิ์ลุกขึ้นประท้วงเพื่อใช้สิทธิ์พาดพิง ยืนยันว่าจะไม่มีทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรีคนใดเป็นพิเศษ แต่จะลุกขึ้นเพื่อให้การประชุมสภาและการอภิปรายของฝ่ายค้านอยู่ในกรอบระเบียบและข้อบังคับ

เมื่อถามถึง กรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ในสัปดาห์นี้ นายกรวีร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีการประสานงานหลังบ้านว่าในแต่ละสัปดาห์จะถามใคร และใครจะมาตอบบ้าง ทำให้แทบไม่มีกระทู้ตกหล่น โดยในสัปดาห์นี้มีรัฐมนตรี 3 คนมาตอบกระทู้ จึงสามารถจัดสรรคิวของรัฐมนตรีมาตอบได้

ถามย้ำว่า มีโอกาสที่นายกรัฐมนตรีจะมาตอบกระทู้ด้วยตัวเองหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า วิปรัฐบาลพยายามประสานคิวกับนายกรัฐมนตรีและน่าจะเป็นภาพที่ดีหากนายกรัฐมนตรีไม่ได้ติดภารกิจและสามารถมาตอบกระทู้ได้ แต่ก็เห็นใจ เพราะทุกครั้งที่ประสานไปจะเห็นตารางงานของนายกรัฐมนตรีในวันพฤหัสบดี ซึ่งมีโปรแกรมค่อนข้างแน่นจริงๆ

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในหลายครั้งที่ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ก็ไม่จำเป็นต้องให้นายกรัฐมนตรีมาตอบเองเสมอไป บางครั้งการมอบหมายให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลเรื่องนั้นมาตอบเอง ประชาชนอาจได้ประโยชน์มากกว่า เพราะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเป็นผู้ที่ทราบรายละเอียดมากกว่านายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่า มีนักวิชาการบางคนมองว่า การเล่นเกมเรื่องเวลาซักฟอกและการกีดกันกันไปมา เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีอ่อนซ้อมและกังวลที่จะมาตอบสภา เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมาตอบกระทู้เลยนั้น นายกรวีร์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีพร้อมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม และพร้อมมาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยย้ำกับตนผ่านวิปรัฐบาลว่า หากการอภิปรายเกิดขึ้นในสัปดาห์นี้ได้ก็จะเป็นเรื่องดี

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้กังวลเรื่องการมาตอบในสภา โดยได้ทำการบ้านและเตรียมความพร้อมแล้ว ทั้งยังเห็นการทำงานเบื้องหลังของคณะรัฐมนตรีในการเตรียมประเด็นสำหรับตอบข้อซักถาม และค่อนข้างมั่นใจว่ารัฐมนตรีแต่ละคน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี มีข้อมูลเพียงพอที่จะตอบข้อซักถามและข้อกล่าวหาจากฝ่ายค้านได้อย่างแน่นอน

เมื่อถามว่า หากครั้งนี้ สส. พรรคกล้าธรรมลงมติไว้วางใจรัฐบาล จะมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ต้องไปดูกันอีกครั้งว่าพรรคกล้าธรรมจะตัดสินใจอย่างไร เพราะการเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ แต่คงเร็วเกินไปที่จะพูดในตอนนี้ว่าพรรคกล้าธรรมจะมารวมกับพรรคภูมิใจไทย หรือจะโหวตให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ โดยต้องให้เกียรติเพื่อนสมาชิกด้วยกัน เพราะขณะนี้ยังไม่ได้ทำหน้าที่ และยังไม่ได้ฟังว่าฝ่ายค้านมีหลักฐานอะไร รวมถึงรัฐมนตรีจะตอบอย่างไร

“สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนจับตามองและให้ความสนใจกับการทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากเป็นพิเศษ จึงอยากฝากถึงฝ่ายค้านว่า สิ่งที่เราอยากเห็นคือการตรวจสอบที่เข้มข้น อยากเชิญชวนและท้าทายฝ่ายค้านด้วยซ้ำว่า ข้อกล่าวหาที่บอกว่าเป็นบันเทิงอธิปไตย นี่เป็นโอกาสที่ดีของฝ่ายค้าน เราอยากเห็นการตรวจสอบที่เข้มข้น เอาหลักฐาน สิ่งที่กล่าวหาที่มีหลักฐานชัดเจน เอามาให้สภาได้ดู ให้พี่น้องประชาชนได้ดู ว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านเป็นไปด้วยเนื้อหาสาระ ไม่ใช่มีแต่คำกล่าวหาลอยๆ เพราะหากเป็นการกล่าวหาลอยๆ ได้แต่ความสนุก ได้แต่ความสะใจ แต่จะไม่ได้ประโยชน์กับใครเลย” นายกรวีร์ กล่าว

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า เราอยากเห็นการตรวจสอบที่เข้มข้น เพื่อช่วยกันตรวจสอบฝ่ายบริหาร ขันน็อตฝ่ายบริหาร หากมีหลักฐานเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันที่ชัดเจน อยากให้ใช้เวทีการอภิปรายไม่ไว้วางใจให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและสภาอย่างเต็มที่

ที่มา: มติชน