อย.ไม่พบเห็ดเข็มทองปนเปื้อนเชื้อ‘ลิสทีเรีย’ นำเข้าในไทย

อย.ไม่พบเห็ดเข็มทองปนเปื้อนเชื้อ‘ลิสทีเรีย’ นำเข้าในไทย

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า จากกรณีองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) เผยแพร่ประกาศ Import Alert 99-35 โดยมีรายชื่อผู้ผลิตเห็ดเข็มทองบางรายจากประเทศจีนอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังการนำเข้า เนื่องจากพบประเด็นการปนเปื้อนเชื้อลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) ซึ่งเป็นมาตรการควบคุมการนำเข้าของสหรัฐอเมริกาสำหรับสินค้าจากผู้ผลิตที่ระบุ

“อย.เราจึงได้ติดตามประกาศและตรวจสอบข้อมูลการนำเข้าในประเทศไทย โดยเบื้องต้นยังไม่พบการนำเข้าเห็ดเข็มทองจากผู้ผลิตรายที่ถูกแจ้งเตือนล่าสุด พร้อมทั้งเพิ่มการเก็บตัวอย่างเห็ดเข็มทองนำเข้าส่งตรวจวิเคราะห์เชื้อลิสทีเรีย และเฝ้าระวังความปลอดภัยของอาหารนำเข้าตามระดับความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง” ภญ.สุภัทรา กล่าว

ภญ.สุภัทรา กล่าวว่า เชื้อลิสทีเรียเป็นแบคทีเรียที่สามารถพบได้ทั่วไปในดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อม จึงอาจปนเปื้อนในพืชผักและผลิตผลทางการเกษตรได้ ไม่ได้พบเฉพาะในเห็ดเข็มทอง แต่เชื้อชนิดนี้สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการปรุงอาหารอย่างเหมาะสม ประชาชนจึงสามารถบริโภคเห็ดเข็มทองได้ตามปกติ โดยควรปรุงให้สุกทั่วถึง และหลีกเลี่ยงการรับประทานแบบดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ

ขอแนะนำให้ประชาชนป้องกันการติดเชื้อลิสทีเรียโดยยึดหลักความปลอดภัยด้านอาหารเช่นเดียวกับการป้องกันโรคที่เกิดจากอาหารทั่วไป ตามหลัก 5 ประการขององค์การอนามัยโลก ได้แก่ 1. รักษาความสะอาด ล้างมือทุกครั้งก่อนและระหว่างเตรียมอาหาร รักษาความสะอาดของอุปกรณ์และครัวอยู่เสมอ 2. แยกอาหารดิบและอาหารสุก รวมถึงใช้อุปกรณ์แยกกันเพื่อป้องกันการปนเปื้อน 3. ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง ด้วยความร้อนที่เหมาะสม โดยให้อุณหภูมิภายในอาหารสูงกว่า 70 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะเมนูชาบู สุกี้ และหมูกระทะ ควรต้มเห็ดเข็มทองให้สุกทั่วถึง ไม่รับประทานดิบหรือลวกเพียงระยะเวลาสั้น ๆ

4. เก็บรักษาอาหารในอุณหภูมิที่ปลอดภัย โดยอาหารที่ต้องแช่เย็นควรเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส และ 5. ใช้น้ำสะอาดและวัตถุดิบที่ปลอดภัย ใช้น้ำสะอาดล้างและประกอบอาหาร คัดเลือกวัตถุดิบที่สด ใหม่ และล้างทำความสะอาดผัก ผลไม้ก่อนรับประทาน และขอความร่วมมือผู้ประกอบการร้านอาหารให้ความสำคัญกับสุขลักษณะในการประกอบอาหาร และปรุงเห็ดเข็มทองให้สุกก่อนเสิร์ฟ เพื่อให้ประชาชนบริโภคได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย.

ที่มา: เดลินิวส์