เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปรัฐบาล) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดสรรวันอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนธ.ค.นี้ ว่า คณะรัฐมนตรีได้แจ้งมายังสภาผู้แทนราษฎรว่าช่วงเวลาที่สะดวก คือ ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.2569 เป็นต้นไป ซึ่งวิปรัฐบาลได้ประสานงานกับประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนัดประชุมวิปร่วม 3 ฝ่าย ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี ฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ภายในสัปดาห์นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินวันพฤหัสบดี เพื่อสรุปกรอบวันและเวลาที่ชัดเจน จากการหารือเบื้องต้นระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านใน 2 ครั้งที่ผ่านมา มีความเห็นตรงกันว่าจะกำหนดวันอภิปรายรวม 4 วันเต็ม และลงมติอีก 1 วัน โดยกรอบวันอภิปรายมี 2 แนวทาง คือ ระหว่างวันที่ 6–9 ธ.ค. และลงมติวันที่ 10 ธ.ค. หรือ ระหว่างวันที่ 7–10 ธ.ค. และลงมติวันที่ 11 ธ.ค. ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีความสะดวกทั้งสองช่วงเวลา แต่เนื่องจากวันที่ 6 ธ.ค. ตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งหากหลีกเลี่ยงวันเสาร์-อาทิตย์ได้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย จึงต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายว่าฝ่ายค้านหรือสภาจะติดขัดในจุดใดหรือไม่
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับกรอบเวลาการซักฟอก โดยปกติการประชุมสภาฯ จะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 – 24.00 น. หรือประมาณ 15 ชั่วโมงต่อวัน รวม 4 วัน จะอยู่ที่ประมาณ 60 ชั่วโมง ซึ่งจะต้องจัดสรรเวลาอย่างเหมาะสมให้ฝ่ายค้านได้ซักถาม และคณะรัฐมนตรีได้ตอบชี้แจง ขณะเดียวกัน พรรคกล้าธรรมได้ยืนยันสิทธิ์ขออภิปราย เนื่องจากปัจจุบันไม่มีตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี รวมถึงตำแหน่งประธานและรองประธานในสภา จึงมีสถานะเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเวลาในการอภิปรายของพรรคกล้าธรรมจะต้องตัดจากโควตาเวลาของฝ่ายค้าน เนื่องจากฝ่ายรัฐบาลจัดสรรเวลาเฉพาะการตอบคำถามของคณะรัฐมนตรีเท่านั้น ไม่ได้จัดเวลาให้ สส. ฝ่ายรัฐบาลอภิปราย
ประธานวิปรัฐบาล กล่าวยืนยันว่า คงไม่มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์รัฐมนตรี ซึ่งการกล่าวหาเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน ส่วนสส.ฝ่ายรัฐบาลพร้อมจะอดทนฟังโดยไม่ลุกขึ้นประท้วงซ้ำซาก เว้นแต่จะมีการพาดพิงบุคคลภายนอกให้เกิดความเสียหาย หรือกล่าวหาพรรคการเมืองนอกเหนือการบริหารงานของคณะรัฐมนตรี ซึ่ง สส. มีสิทธิ์ประท้วงเพื่อควบคุมการประชุมให้อยู่ในกรอบข้อบังคับสภา
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า นายกฯ มีความพร้อมตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา และไม่ได้มีความกังวลในการมาตอบคำถามในสภาแต่อย่างใด โดยได้ทำการบ้านและเตรียมข้อมูลร่วมกับคณะรัฐมนตรีไว้พร้อมตอบทุกข้อกล่าวหา สำหรับการตอบกระทู้ถามสดในสภานั้น ในสัปดาห์นี้มี 3 กระทู้ ซึ่งมีรัฐมนตรีเดินทางมาตอบครบทั้ง 3 กระทู้ ส่วนนายกรัฐมนตรีมีภารกิจค่อนข้างแน่นในวันพฤหัสบดี การมอบหมายให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลโดยตรงมาตอบกระทู้จะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์และทราบรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่า
“อยากเห็นการตรวจสอบที่เข้มข้น และขอท้าทายฝ่ายค้าน ข้อกล่าวหาที่เคยบอกว่าเป็นบันเทิงอธิปไตย ให้ใช้โอกาสนี้นำหลักฐานที่ชัดเจนมาแสดงต่อสภาและประชาชน การทำหน้าที่ต้องเป็นไปด้วยเนื้อหาสาระ ไม่ใช่มีแต่คำกล่าวหาลอยๆ ที่ได้แค่ความสนุกหรือสะใจ แต่ไม่ได้ประโยชน์กับใคร เพื่อช่วยกันตรวจสอบและขันน็อตฝ่ายบริหาร”นายกรวีร์ กล่าว
นายกรวีร์ กล่าวอีกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงประเด็นทิศทางการโหวตหรือการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทยในอนาคต ต้องให้เกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการรับฟังข้อมูลการอภิปรายของฝ่ายค้านและคำชี้แจงของรัฐมนตรีก่อนลงมติ
ที่มา: เดลินิวส์