นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรายใหญ่ 3 ราย ได้แก่ Shopee (ช้อปปี้), TikTok (ติ๊กต็อก) และ Lazada (ลาซาด้า) ให้ความร่วมมือลดค่าธรรมเนียมการขายสินค้า (ค่า GP) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2569 ถึง 31 พ.ค. 2570 โดยปรับอัตราค่าธรรมเนียมกลับไปเท่ากับอัตราที่แพลตฟอร์มกำหนดไว้ ณ เดือน ม.ค. 2569 คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าธรรมเนียมให้ผู้ประกอบการตลอด 6 เดือน รวม 1,930 ล้านบาท
มาตรการนี้เป็นการต่อเนื่องจากความร่วมมือภายหลังคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ขอความร่วมมือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่ปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน ส.ค. 2569 ถึง ก.พ. 2570 นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายความร่วมมือไปยังแพลตฟอร์มธุรกิจเรียกรถโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing) ซึ่งขณะนี้ได้ขอความร่วมมือไม่ให้ปรับขึ้นราคาเป็นเวลา 6 เดือน จนถึงเดือน ก.พ. 2570
มาตรการลดค่าธรรมเนียมเป็นเพียงแนวทางช่วยเหลือระยะสั้น ส่วนมาตรการระยะยาวได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งค้างมาตั้งแต่ปี 2568 โดยจะทบทวนเนื้อหาว่ายังเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ และควรกำหนดมาตรการกำกับดูแลอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการ SME และประชาชน ภายใต้หลักความโปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการแข่งขัน
เมื่อร่างกฎหมายแล้วเสร็จ จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามขั้นตอน ทั้งการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจใช้เวลานาน อย่างไรก็ตาม หาก ครม. เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถพิจารณาแนวทางออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ได้
ในระหว่างที่แพลตฟอร์มตรึงค่าธรรมเนียม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินหน้าดำเนินงานตามภารกิจ โดย กขค. จะพิจารณามาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อดูแลแพลตฟอร์ม ผู้ประกอบการ SME และผู้ค้าขายให้ได้รับความเป็นธรรม ขณะที่ ETDA จะเดินหน้าทบทวนร่างกฎหมายเศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อวางกติกาที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ
นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ SME โดยเฉพาะรายเล็กที่ปรับตัวไม่ทันทั้งด้านต้นทุนและการบริหารจัดการร้านค้า จึงจำเป็นต้องเร่งออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า ควบคู่กับการดำเนินมาตรการระยะยาว เนื่องจากในปีนี้มีการปรับขึ้นค่า GP มาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง
ทั้งนี้ นางศุภจีได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในหารือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ Shopee, Lazada และ TikTok เพื่อหาแนวทางบรรเทาผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม โดยทั้ง 3 แพลตฟอร์มตอบรับที่จะปรับลดค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Mandatory Rate) กลับไปใช้อัตราเดิม ณ วันที่ 1 ม.ค. 2569 และคงอัตราดังกล่าวเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2569 ถึง 31 พ.ค. 2570
สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมภาคบังคับที่จะปรับลด ครอบคลุมสินค้าทุกหมวด ยกเว้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดย Shopee จะปรับลดค่าธรรมเนียมจากอัตราปัจจุบัน 8.03-19.26% กลับไปอยู่ที่ 8.03-13.91% ส่วน TikTok จะปรับลดจาก 13.38-21.94% เหลือ 11.24-17.66%
นายวัฒนศักดิ์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ SME ที่จำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเฉพาะรายเล็กที่ต้องการเวลาในการปรับตัว ทั้งนี้ การลดค่าธรรมเนียมจะครอบคลุมเฉพาะค่าธรรมเนียมภาคบังคับตามเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน โดยผู้ประกอบการทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ค้าขายออนไลน์ต้องขึ้นทะเบียนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่มียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และนิติบุคคลที่มียอดขายไม่เกิน 3.5 ล้านบาทต่อปี สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ตามเงื่อนไข โดยผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาสามารถติดต่อขึ้นทะเบียนได้ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ส่วนผู้ประกอบการในกรุงเทพฯ สามารถติดต่อสำนักงานเขตได้ ขณะที่นิติบุคคลสามารถขึ้นทะเบียนผ่านกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด
ปัจจุบัน แพลตฟอร์มทั้ง 3 รายมีผู้ประกอบการที่เป็นบุคคลธรรมดา 1.02 ล้านราย และนิติบุคคล 1.8 แสนราย รวมประมาณ 1.2 ล้านราย
กรมการค้าภายในจะจัดทำรายละเอียดมาตรการและประสานงานกับทั้ง 3 แพลตฟอร์ม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มดำเนินการวันที่ 1 ธ.ค. 2569 และสิ้นสุดวันที่ 31 พ.ค. 2570 พร้อมขอให้ผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์เร่งขึ้นทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าว ตัวแทนแพลตฟอร์มทั้ง 3 รายแสดงความพร้อมให้ความร่วมมือ โดย Shopee ระบุว่ายินดีร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากปีนี้มีทั้งปัญหาราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ขณะที่ Lazada เห็นด้วยกับมาตรการ แต่ระบุว่าการกำหนดกติกากำกับดูแลในระยะต่อไปต้องเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ส่วน TikTok Shop ยืนยันพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการให้เติบโตไปด้วยกัน ทั้ง 3 แพลตฟอร์มยังยืนยันว่าจะไม่มีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอื่น ๆ หลังกลับไปใช้อัตราค่าธรรมเนียมเดิม ณ วันที่ 1 ม.ค. 2569 ตามมาตรการดังกล่าว
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ