โฆษก ตร. ยันจับ “ชัยรัตน์” มีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งภาพสลิปเงิน 7 ล้านบาทและพฤติการณ์แอดมินเพจ แม้เจ้าตัวยังปฏิเสธ พร้อมตรวจสอบคนแชร์ต่อเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ย้ำไม่เลือกปฏิบัติ หากหลักฐานถึงใครดำเนินคดีไม่ละเว้น…
วันที่ 28 ต.ค. 69 พลตำรวจตรีศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันการจับกุมนายชัยรัตน์ ไม่มีใบสั่ง แต่ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่ศาลพิจารณาออกหมายจับ โดยเบื้องต้นนายชัยรัตน์ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ใช่แอดมินเพจ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่ตำรวจยืนยันว่ามีพยานหลักฐานชัดเจน ทั้งพฤติการณ์และภาพสลิปเงิน 7 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่านายชัยรัตน์เป็นแอดมินเพียงคนเดียว และมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้กระทำผิด
เบื้องต้นตำรวจดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กรณีนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จหรือบิดเบือน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน รวมถึงความผิดฐานปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยระบุว่าผู้ที่เป็นต้นโพสต์มีความผิดชัดเจน
ส่วนผู้ที่แชร์ข้อมูลต่อ ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำความผิดหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากพฤติการณ์และเจตนา โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีการยั่วยุหรือปลุกปั่นจนทำให้สังคมเข้าใจผิด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะเชิญบุคคลใดมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่
พลตำรวจตรี ศิริวัฒน์ ย้ำว่า การดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือบุคคลทั่วไป หากมีพยานหลักฐานว่ากระทำผิด ตำรวจจะดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น
“ชัยรัตน์” อ้างไม่ใช่เจ้าของเพจ Godd Dam
ล่าสุดช่วงเย็นวันเดียวกัน ภายหลังตำรวจคุมตัวนายชัยรัตน์ สอบปากคำที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 นานกว่า 5 ชั่วโมง โดยในทุกขั้นตอน มีทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนอยู่ด้วยตลอดนั้น
ตำรวจได้คุมตัวนายชัยรัตน์ ไปตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยระหว่างที่คุมตัวออกไปขึ้นรถ นักข่าวพยายามสอบถามนายชัยรัตน์อีกครั้งในหลากหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสลิปปลอม 7 ล้านบาท ว่าเป็นคนโพสต์สลิปเองหรือไม่, รู้หรือไม่ว่าเป็นสลิปปลอม, ได้สลิปมาจากไหน, สาเหตุที่โพสต์มีใครสั่งหรือไม่, คิดว่าที่ถูกจับเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่, กังวลใจหรือไม่เพราะวันนี้ถูกดำเนินคดีแล้ว, เคยโพสต์ในลักษณ์หมิ่น 112 หรือไม่, ปฏิเสธหรือยอมรับข้อกล่าวหา, เป็นเจ้าของเพจคนเดียวหรือไม่ แต่เจ้าตัวไม่ตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น และก้มหน้าตลอดทาง
จากนั้นก็คุมตัวขึ้นรถเพื่อไปค้นห้องพักในย่านบางเขนทันที และขั้นตอนหลังจากตรวจค้นห้องพัก ก็จะนำตัวมาทำการสอบปากคำต่อ และภายหลังสอบปากคำก็จะคุมตัวไปควบคุมขังไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง ตามขั้นตอน
สำหรับนายชัยรัตน์ ศาลออกหมายจับในข้อหา โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน.
ที่มา: One31