โฆษก ตร.ยันจับแอดมินเพจ Godd Dam ตามหมายศาล ส่วนคนแชร์ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจพนักงานสอบสวน

โฆษก ตร.ยันจับแอดมินเพจ Godd Dam ตามหมายศาล ส่วนคนแชร์ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจพนักงานสอบสวน

โฆษก ตร.ยันจับ “ชัยรัตน์” แอดมินเพจ Godd Dam ตามหมายศาล ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนคนแชร์ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 โต้ไม่เลือกปฏิบัติ เป็นนักการเมืองหรือบุคคลธรรมดา หากมีพยานหลักฐานก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 28 ต.ค.69 ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 (บก.สอท.1) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ นายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ อายุ 26 ปี แอดมินเพจ “Godd Dam” ที่เกี่ยวข้องกับการโพสต์เรื่องสลิปเงิน 7 ล้านบาท ว่ามีบุคคลหนึ่งโอนเงินให้กับนายกรัฐมนตรี อ้างว่าเป็นค่าน้ำชา ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้าพบพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.1 เพื่อให้ปากคำในเรื่องนี้

ซึ่งทางผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดย นายชัยรัตน์ได้ตอบกับทีมข่าวเพียงสั้นๆว่า “ตนไม่ได้เป็นเจ้าของเพจ” ขณะที่ทนายความ เผยว่าวันนี้ได้พานายชัยรัตน์เดินทางมาแค่แสดงตัวกับพนักงานสอบสวน บก.สอท.1 ส่วนรายละเอียดต่างๆรวมไปถึงเรื่องทางคดีว่าจะเข้าไปเกี่ยวข้องในความผิดอะไรหรือไม่นั้นตนยังไม่สามารถตอบได้ ต้องเข้าไปพูดคุยกับตำรวจก่อน

ในเวลาเดียวกัน ตำรวจชุดสืบสวน บก.สอท.1 ได้เข้าจับกุมนายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6352/2569 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ในความผิดฐาน “โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตระหนกแก่ประชาชน, ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน"

ต่อมาตำรวจได้นำตัวนายชัยรัตน์ เรขะวัฒนะ ไปทำการสอบปากคำ โดยมี พ.ต.อ.รชตโชค ลีวาณิชคุณ รอง ผบก.สอท.1 ร่วมการสอบปากคำในคดีนี้อย่างละเอียด เบื้องต้นคาดว่าน่าจะใช้เวลาในการสอบปากคำนานหลายชั่วโมง

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การจับกุมนายชัยรัตน์ ไม่มีใบสั่ง เป็นไปตามพยานหลักฐานที่ศาลพิจารณาออกหมายจับ เบื้องต้นนายชัยรัตน์ ยังให้การปฏิเสธไม่ใช่แอดมินเพจ ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องพฤติกรรม โดยเฉพาะภาพสลิปเงิน 7 ล้านบาท เบื้องต้นพบว่ามีนายชัยรัตน์ เป็นแอดมินเพจคนเดียว

“จากตรวจสอบพยานหลักฐาน ก็ยืนยันได้ว่านายชัยรัตน์ เป็นผู้กระทำผิด ตำรวจจึงดำเนินคดีฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน หรือต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ความผิดฐานปลอมเอกสาร ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งคนต้นโพสต์มีความผิดชัดเจน” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าว

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนในเรื่องของคนแชร์ต่อ ตำรวจอยู่ระหว่างพิจารณาว่าเข้าข่ายกระทำผิดหรือไม่ โดยเฉพาะเจตนาที่มีการยั่วยุปลุกปั่นจนทำให้สังคมเข้าใจผิด ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ว่าจะมีการเชิญบุคคลใดเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการดำเนินคดีในครั้งนี้ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมืองหรือบุคคลธรรมดา หากมีพยานหลักฐานก็จะดำเนินการโดยไม่ละเว้น

ที่มา: ไทยรัฐ