“ทรงศักดิ์” เป็นสิทธิฝ่ายค้านขออภิปราย ม.152 แต่ขอให้เห็นใจรบ. นายกฯมีภารกิจ – รมต.กำหนดตารางงานไว้แล้ว ยันรัฐบาลเตรียมมาตรการรับมืออุทกภัยภาคใต้เยียวยา พร้อมพยายามถอดบทเรียน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวฝ่ายค้านจะขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 รัฐธรรมนูญ ก่อนที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 ระหว่างวันที่ 7-11 ธ.ค.ว่า ได้ยินข่าวเหมือนกัน แต่ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ตนคิดว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่มีทั้งมาตรา 151 และ 152 เป็นสิทธิของฝ่ายค้านที่อยากตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีความพร้อม ถามตามมาตราไหนก็ตอบตามมาตรานั้น ไม่มีประเด็นอะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า การอภิปรายมีระยะเวลาติดๆ กันควรจะเก็บอภิปรายไว้ในรอบเดียวเลยหรือไม่ นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตรงนี้เราไปตอบแทนฝ่ายค้านไม่ได้ แต่รัฐบาลต้องมีความพร้อมในการไปชี้แจงทั้งสองมาตรา ซึ่งสองมาตราเป็นอภิปรายคนละอย่างกัน มาตรา 151 เป็นการอภิปรายแบบลงมติ ส่วนมาตรา 152 เป็นการอภิปรายแบบไม่ลงมติ เป็นการอภิปรายให้ข้อเสนอแนะต่างๆ แก่รัฐบาล ซึ่งรัฐบาลเองก็รับฟังและตอบ ถ้าฝ่ายค้านมีข้อเสนอที่ดีและมีประโยชน์เราก็รับไปปฏิบัติ ไปดำเนินการตามความต้องการของฝ่ายที่ติดตามตรวจสอบ ถ้ามีประโยชน์กับประชาชนเราก็นำไปดำเนินการ ไม่ได้เสียหายอะไรเลย เป็นเรื่องที่ดีด้วยซ้ำ ตนชื่นชมด้วยซ้ำว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในช่วงนี้
นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ได้อยากไปตำหนิว่าทำไมฝ่ายค้านจะต้องมายื่นญัตติอภิปรายทั้งสองมาตรา ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลด้วย โดยเฉพาะนายกฯที่มีภารกิจ รัฐมนตรีหลายคนก็กำหนดเวลาของตัวเองไว้เรียบร้อย เพื่อเตรียมสำหรับการอภิปรายที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หลายคนเคลียร์งานตัวเองเพื่อเอาเวลาว่างไว้ให้ฝ่ายค้าน แต่ตกลงวันกันไม่ได้
ส่วนสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ว่า วันนี้จะพูดเรื่องน้ำต้องระวัง เพื่อให้ประชาชนสบายใจ นั้นนายทรงศักดิ์ ย้ำว่า รัฐบาลมีมาตรการเเตรียมพร้อม มีการคาดการณ์สถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไร รวมถึง เจ้าหน้าที่มีการเตรียมความพร้อม ตลอดจน เตรียมการเยียวยา ซึ่งเป็นความตั้งใจที่มุ่งหวังอยากให้การดูแลประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายให้มากที่สุด เป็นมาตรการที่รัฐบาลตั้งใจ
แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้น เรื่องภัยธรรมชาติเราไม่สามารถคาดการณ์ได้ หากถามว่าขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้เป็นอย่างไรนั้น ยืนยันว่า รัฐบาลดูแลเต็มที่ เมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นต่าง ๆ ก็จะเข้าไปช่วยเหลือและเยียวยา มีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปดูให้เร็วขึ้น แต่สถานการณ์ภาคใต้มีเหตุการณ์ที่น่ากังวลอยู่แล้ว จะเห็นได้ว่า แต่ละปีเมื่อมีฝนจากทางเหนือ และทางอีสาน ก็จะไปจบที่ภาคใต้ โดยในฐานะที่กำกับดูแล สทนช. ก็พยายามถอดบทเรียนที่ผ่านมา ว่า จะแก้ปัญหาอย่างไรให้ยั่งยืน และจะเห็นว่าปัญหา คือ เรายังมีพื้นที่รับน้ำไม่เพียง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ของเอกชน ซึ่ง สทนช. ได้ทำแผนผังรับน้ำในแต่ละจุด ว่า จะรับน้ำส่วนเกินอย่างไร ก็จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้ง ถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
ส่วนนายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเรื่องงบประมาณในโครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติหรือไม่ นายทรงศักดิ์ ยังระบุว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องพื้นที่รับน้ำ ส่วนเรื่องงบประมาณก็เป็นเรื่องที่ต้องจัดหา โดยนำงบประมาณที่เหลืออยู่ในส่วนต่าง ๆ มาทดแทน
ที่มา: INN