สส.ปชน. ยื่นญัตติด่วนชงตั้งกมธ. ศึกษากฎหมายปฏิรูป 4 กองทุน รื้อเงินภาษีบาป

สส.ปชน. ยื่นญัตติด่วนชงตั้งกมธ. ศึกษากฎหมายปฏิรูป 4 กองทุน รื้อเงินภาษีบาป

สส.ปชน. ยื่นญัตติด่วน ชงตั้งกมธ.วิสามัญศึกษากฎหมายปฏิรูป 4 กองทุน รื้อเงินภาษีบาป เกิดช่องว่างทำเงิน 1.4 หมื่นล้านหายจากระบบ โยน ‘เอกภพ’ ตอบปมดันสุดตัวแก้กฎหมาย วันนี้เข้าแจงกมธ.ในฐานะอะไร

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 29 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน แถลงข่าวพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางปฏิรูปกฎหมาย 3 กองทุน และ 1 องค์กร คือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ

น.ส.ณัฐยา กล่าวต่อว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมามี สส.เสนอร่างแก้ไขพ.ร.บ.4 ฉบับ เปลี่ยนจากการรับเงินบำรุงจากภาษีบาป มาเป็นการขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ด้วยเหตุผลว่าอยากรักษาวินัยการเงินการคลังตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา

แต่พรรคประชาชนเห็นว่าการขอแก้ไขพ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง คือ 1.กระทบต่อความต่อเนื่องของงานดูแลกลุ่มเปราะบาง 2.ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ 3.งานควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งต้องชนกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหญ่ๆ อยู่เป็นประจำ

“หากไม่มีงบประมาณที่แน่นอนและต่อเนื่อง ก็จะกระทบกับการดำเนินงานในการคุ้มครองประชาชน กระทบต่อภาระการคลังระยะยาว จึงควรมีการประเมินอย่างรอบคอบว่า จะคุ้มกันหรือไม่ หากเปลี่ยนแหล่งงบประมาณ

รวมถึงเรื่องของความไม่แน่นอนว่า ถ้าแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับในครั้งนี้แล้ว โดยที่ยังไม่มีมาตรการหรือกลไกทางกฎหมายอื่นมารับประกันให้เกิดความแน่ใจว่างบส่วนที่เก็บเพิ่ม ราวปีละ 1.4 หมื่นล้านบาทนี้ จะไม่หายไปจากระบบ ซึ่งตรงนี้ ถ้ามีรอยต่อเกิดขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น อาจกลายเป็นความสูญเสียร่วมกันของสังคม” น.ส.ณัฐยา กล่าว

น.ส.ณัฐยา กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่มาของงบ ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใส เป็นเรื่องอำนาจบริหาร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทุนเหล่านี้ มีทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ รัฐมนตรี กำกับดูแลอยู่แล้ว สามารถใช้อำนาจบริหารในการยกระดับธรรมาภิบาล หรือการดำเนินงานของหน่วยงานได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปแก้กฎหมายให้เป็นหน่วยงานที่ขอรับงบรายปี

ที่สำคัญผลการรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับก่อนหน้านี้ก็พบว่า มากกว่า 60-80% ไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไขแหล่งที่มาของงบดังกล่าว รวมถึงช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคประชาชนรวมกลุ่มกันไปยื่นหนังสือแสดงจุดยืนคัดค้าน เราจึงไม่อยากเห็นสถานการณ์ฝ่ายนิติบัญญัติที่อยากจะเสนอกฎหมายนี้เดินหน้าต่อโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน

จึงยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาฯ เพื่อขอตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องนี้ให้ตกผลึกข้อเสนอที่เหมาะสมกับการปฏิรูปกองทุนต่างๆ ไม่ใช้อำนาจนิติบัญญัติในการออกกฎหมายแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า

เมื่อถามถึงที่ผ่านมาเกิดการโต้เถียงกันไปมาระหว่างผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายเปลี่ยนการรับงบจากภาษีบาป มาเป็นขอรับงบรายจ่ายประจำปี กับนายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อดีตเคยสนับสนุนบุหรี่ และออกตัวเกี่ยวกับการแก้กฎหมายนี้ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี้ ต้องถามที่นายเอกภพ

แต่วันนี้กมธ.ศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งกองทุนต่างๆ รวมถึงนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มาให้ข้อมูลเรื่องนี้ ซึ่งนายศุภชัยไม่ได้มา แต่ส่งนายเอกภพ มาให้ข้อมูลแทน ซึ่งมีคำถามอยู่ว่า นายเอกภพมาในฐานะอะไร เพราะเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า แต่กฎหมายนี้เสนอโดยสส.พรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ กมธ.โดยตัวประธานกมธ. ก็ตั้งคำถามแบบเดียวกันว่า องค์กรเหล่านี้ตรวจสอบได้ผ่านกลไกคณะกรรมการที่พวกคุณนั่งกันเป็นแผงอยู่แล้ว รวมถึงมีข้อการให้ข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ ในสภาฯเรียกตรวจสอบได้หมด อย่าง สสส. วันนี้ก็มาชี้แจง แต่ถามนายเอกภพมาในฐานะอะไร หรือมาในนามพรรค แต่ก็เห็นจั่วหัวว่าโฆษกรัฐบาล

ที่มา: ข่าวสด