กรณีเงินบริจาคเข้ามูลนิธิองค์กรทำดี ยังคงเป็นที่สนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง เพราะยิ่งสาวลงไปลึกๆ ก็ยิ่งเจอเรื่องที่น่าตกใจ หลังจาก ช่างเอ๋ ผู้รับเหมาและเพื่อนสนิทของ ก๊อต อธิป ออกมาเปิดใจผ่านรายการโหนกระแส พร้อมแสดงหลักฐานสเตทเมนต์ที่ ได้รับโอนมาจาก มูลนิธิองค์กรทำดี โอนเข้าบัญชีช่างเอ๋ อย่างต่อเนื่อง แต่ก๊อต อธิป สามีของบุ๋ม กลับสั่งให้ “โอนต่อเข้าบัญชีส่วนตัว ของก๊อต ทันที” โดยที่ช่างเอ๋ไม่ได้หักค่าส่วนต่างหรือค่างวดงานไว้แม้แต่บาทเดียว
คุณเอ๋ เล่าว่ารู้จักกับ “ก๊อต” สามีของบุ๋ม ปนัดดา มานานกว่า 10 ปีจากการซ้อมกีฬายิงปืน ต่อมาก๊อตชวนให้สร้างบ้านบนที่ดิน 2 แปลง รวมประมาณ 2 ไร่ ที่ อ.ถลาง ต.ไม้ขาว จ.ภูเก็ต ใกล้ทะเล โดยโฉนดทั้ง 2 แปลงเป็นชื่อของบุ๋ม ปนัดดา แปลงหนึ่งได้มาปี 2564 อีกแปลงได้มาปี 2566
คุณเอ๋ บอกด้วยว่า ทีแรก คุณก๊อตเดิมตั้งใจสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศหลังเดียว ราคาประมาณ 2 ล้านกว่าบาท โดยงวดแรก คุณก๊อต เป็นคนโอนเงินมาให้ ส่วนงวดที่ 2 มาจากบัญชีส่วนของคุณบุ๋ม ปนัดดา แต่เมื่อก่อสร้างถึงช่วงฐานราก ก็มีการเปลี่ยนแผนเป็นพูลวิลลา 8 หลัง เพื่อขายให้ชาวต่างชาติ ตั้งราคาขายรวมทั้งโครงการประมาณ 180 ล้านบาท ต้นทุนก่อสร้างประเมินหลังละราว 8 ล้านบาท รวมประมาณ 64 ล้านบาท แบ่งจ่ายหลังละ 10 งวดตามผลงาน เริ่มก่อสร้างวันที่ 3 เมษายน 2568 แบ่งหุ้นกันก๊อต 60% ช่างเอ๋ 40% ตอนนั้นมีการเปลี่ยนเป็นสัญญาร่วมทุนแต่ไม่เคยได้เซ็นสัญญา
โดยเงินที่โอนเข้ามาในช่วงก่อสร้างมาจาก 3 บัญชี คือ บัญชีส่วนตัวของบุ๋ม บัญชีส่วนตัวของก๊อต และบัญชี “องค์กรทำดี โดย นางสาวปนัดดา” ทุกครั้งที่มีเงินจากองค์กรทำดีเข้ามา ก๊อตจะโทรแจ้งว่ามีเงินเข้าแล้ว ให้โอนกลับไปให้เขา โดยไม่บอกว่าเป็นค่าอะไร
โดยในรายการ มีการเปิดสลิปโอนเงิน จากบัญชี องค์กรทำดี โดยบุ๋ม ปนัดดาเข้าบัญชีของนายอภิชาติ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 จนถึงช่วง เดือน กันยายน 2569 ตามสเตจเมนต์ ที่มีการกระทบยอด พบว่าเงินจากบัญชีองค์กรทำดีเข้าบัญชีบริษัทรวมกว่า 45 ล้านบาท
ขณะที่ยอดที่โอนคืนให้ก๊อตตามสเตจเมนต์ชุดหนึ่งอยู่ที่ 20 ล้านบาท และยังมีบางส่วนที่ถอนเป็นเงินสดไปฝากเข้าบัญชีของก๊อตโดยตรง คุณเอ๋ประเมินว่ายอดทั้งหมดทั้งค่าสร้างบ้านและที่โอนคืน รวมราว 45-50 ล้านบาท
คุณเอ๋ ยังบอกด้วยว่า เมื่อมีการโอนเงินจาก บัญชี องค์กรทำดีแล้ว คุณก๊อต จะสั่งให้ช่างเอ๋แตกยอดโอนกลับไปเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย และบางยอดมีเศษ เช่น 4.2 แสน โดยก๊อตเป็นคนกำหนดยอดเอง และตนไม่ได้เอะใจเพราะตอนนั้นยังสนิทกัน ส่วนอีกเหตุผลคือวงเงินโอนต่อวันของตนได้แค่ 2 ล้านบาท บางวันจึงต้องถอนเงินสดไปฝากเข้าบัญชีคุณก๊อตแทน
ทั้งนี้ คุณเอ๋ ยืนยันว่า ไม่เคยหักหัวคิวหรือเก็บเปอร์เซ็นต์ไว้เลย โอนคืนครบทุกบาท บางครั้งเกินด้วย และเคยถาม คุณก๊อตเพียงครั้งเดียวแบบไม่จริงจัง ได้คำตอบว่าจะเอาเงินไปช่วยคนเรื่องชายแดนและน้ำท่วม ต้องใช้เป็นเงินสด คุณเอ๋ยังบอกด้วยว่า ต่อมามีเจ้าหน้าที่ธนาคาร 2 แห่ง โทรมาสอบถามและเรียกให้ไปยืนยันตัวตน ตนจึงบอกคุณก๊อตว่าไม่อยากทำอีกเพราะเสี่ยง
ขณะเดียวกัน คุณเอ๋ยังได้นำ ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร ที่ภูเก็ต ซึ่งระบุชื่อบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นเจ้าของอาคาร และระบุชื่อเธอเป็นผู้ควบคุมงาน รวมถึงการขอมิเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ชื่อเธอ พร้อมยังยืนยันว่าบุ๋มเคยมาและทราบว่าเปลี่ยนจากบ้านเป็นพูลวิลลา พร้อมกันนี้ ยังมีการเปิดสลิปฝากเงินสด 2 ใบ วันที่ 19 ธันวาคม ยอด 9,850,000 บาท และ 2,450,000 บาท ซึ่งลายมือผู้ฝากเป็นของบุ๋ม ปนัดดา ที่มีการโอนไปยังคุณเอ๋
ขณะที่ คุณบุ๋ม ปนัดดา ได้ตอบข้อความผ่านแชตสนทนากับ หนุ่มกรรชัย โดยย้ำ ไม่รู้เรื่อง พูลวิลลาที่ภูเก็ต ทราบแต่ว่าสามีทำธุรกิจกับคุณเอ๋ ส่วนเงินที่โอนไปให้คุณเอ๋นั้น เข้าใจว่าเป็นการโอนเงินให้ช่าง สำหรับสร้างมูลนิธิ ซึ่งจ่ายตามยอดเงินที่อีกฝั่งทำใบเบิกมา โดยมีคุณก๊อต สามีเป็นดูงานก่อสร้าง และตนเองมีหน้าที่จ่าย โดยไม่รู้ว่าเขาเอาไปทำพูลวิลลา พร้อมยืนยันว่า เอกสารใบขออนุญาตก่อสร้างพูลวิลล่า ภูเก็ต มีการปลอมลายเซ็น ตนเพิ่งเคยเห็นเอกสารวันนี้ว่ามีชื่อตนเองเป็นผู้ตรวจสอบร่วม ซึ่งงงมากว่าไปมีชื่อได้อย่างไร ตอนนี้ตนพยายามรวบรวมหลักฐานและบางส่วนหลักฐานก็อยู่กับคุณก๊อต แต่ตอนนี้ไม่สามารถติดต่อได้ มันเลยจุดที่จะถามเค้าแล้วว่า ทำไมทำแบบนี้ กับตนเอง
ทางด้าน มูลนิธิองค์กรทำดี อกแถลงการณ์ ระบุว่า ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด ทางมูลนิธิฯ ได้พิจารณาให้คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะประธานมูลนิธิฯ ยุติการทำงานในฐานะประธานมูลนิธิฯ และแต่งตั้งให้ นางสาวพรพรรณ ภุมรินทร์ รองประธานกรรมการ ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานมูลนิธิฯ เป็นการชั่วคราว พร้อมกับประกาศขอหยุดรับเงินบริจาคทุกช่องทางไว้ จนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น
ขณะที่วันนี้ ออยศรี เจ้าของเพจออยศรีและผองเผือก บุคคลที่ออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับบัญชีรับบริจาคเงิน ของทางมุลนิธิ ที่มีถึง 2 บัญชี ระบุว่า เตรียมที่จะเดินหน้าดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุ๋ม ปนัดดา ใน ข้อหา ข้อหาฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยออยศรี ระบุว่าเป็นผู้เสียหายที่เคยโอนเงินไปและมาพบภายหลังว่าเป็นบัญชีส่วนตัว
ที่มา: INN